ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ตอนที่ 4

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังทำให้สนามสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไปจากครั้งที่ผ่านมาอย่างมาก ไปติดตามจาก คุณพิชญาภา สูตะบุตร

โรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนนับล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ไม่เว้นแม้แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ด้วย ซึ่งบรรยากาศการเลือกตั้งในปีนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน ทำให้บรรยากาศการรณรงค์หาเสียง ตั้งแต่การเลือกตั้งขั้นต้น เพื่อสรรหาตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ช่วงต้นปี กระทั่งการเปิดตัวผู้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการประชุมใหญ่ของทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเงียบเหงาลง เนื่องจากถูกกลบด้วยข่าวการแพร่ระบาดของโรคโควิด-18 อย่างหนัก ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัครต่างเดินสายขึ้นเวทีปราศรัยกันอย่างคึกคักไปทั่วประเทศ เพื่อชิงความได้เปรียบกันแบบนาทีสุดท้าย และมีผู้สนับสนุนของแต่ละพรรคออกมาคอยต้อนรับและฟังการปราศรัยจนแน่นหอประชุม

ซึ่งจากมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ชาวอเมริกันหันไปเลือกที่จะใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีผ่านทางไปรษณีย์มากกว่าจะไปลงเสียงที่คูหาเลือกตั้งด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19

โดยผลการสำรวจของสำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ พบว่า มีผู้ใช้สิทธิ์ส่งบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทางไปรษณีย์ราว 33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และปีนี้บางรัฐได้เพิ่มเหตุผลอย่างเช่น การกลัวว่าจะติดเชื้อโควิด-19 มาเป็นเหตุผลไม่เดินทางไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งได้ด้วย ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่ามีผู้วางแผนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าอีกราว 19 เปอร์เซ็นต์ด้วย

การรณรงค์หาเสียงครั้งใหญ่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองทัลซา รัฐโอคลาโอมา ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกัน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้นายทรัมป์ถึงกับเสียหน้า หลังมีผู้เข้าฟังการปราศรัยไม่เต็มความจุของสถานที่อย่างที่คาดไว้ รวมทั้งพื้นที่สำรองนอกอาคารก็ร้างผู้คน ทำให้การเดินสายหาเสียงของพรรครีพับลิกันหลังเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ต้องลดขนาดการจัดงานลงมา อย่างไรก็ตาม ทีมงานหาเสียงของนายทรัมป์ยังฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐเนวาดา ที่ห้ามชุมนุมกันเกิน 50 คน ด้วยการระดมผู้สนับสนุนหลายพันคนเข้าไปจนแน่นสถานที่

ส่วนการรณรงค์หาเสียงของ นายโจ ไบเดน คู่ชิงจากพรรคเดโมแครต เรียกได้ว่าเงียบชนิดที่คนในพรรคเองเริ่มกังวล โดยทีมหาเสียงของนายไบเดนยืนยันว่า นายไบเดนเคารพแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานสาธารณสุข โดยเลือกที่จะระดมทุนและหาเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งใช้การหารือเป็นกลุ่มขนาดเล็ก อาทิ การจัดกลุ่มพูดคุยในสนามหลังบ้านกับตัวแทนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพียง 4 คน หรือการขึ้นเวทีหาเสียงโดยมีผู้เข้าฟังไม่เกิน 25 คนเท่านั้น

แม้ว่าสีสันทางการเมืองปีนี้จะเงียบเหงา แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องให้ติดตามมอง นั่นก็คือ ทรัมป์ติดโรคโควิด-19 แล้ว ซึ่งทั่วโลกก็จับตามองว่าจะส่งผลอย่างไรต่อการเลือกตั้ง จะมีการเลื่อนการดีเบตหรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ ซึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ก็ยังไม่เคยมีการเลื่อนการเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว และหากผู้นำป่วยหนักจนวิกฤต ทางพรรครีพับลิกันก็ต้องหาผู้ชิงตำแหน่งคนใหม่ขึ้นมาแทน ส่วนในสัปดาห์หน้า เราจะไปติดตามผลงานของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ผ่านมา ตลอดทั้ง 4 ปี ว่าเขามีผลงานโดดเด่น และสร้างประโยชน์ให้กับชาวอเมริกันอย่างไรบ้าง