7็HD ร้อนอนไลน์

เสียงสาละวินแม่ฮ่องสอนถิ่นนี้หาใช่พื้นที่ป่าเถื่อน

หากพูดถึงลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ให้คนคงอดนึกถึงความโหดร้าย ป่าเถื่อน ขบวนการค้ายานรกขึ้นมาเป็นภาพแรก ๆ แต่แท้จริงแล้ว ที่นี่สงบ งดงาม และธรรมชาติยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมที่พร้อมให้เราได้ไปสัมผัส

เมื่อภาพที่หลายคนอาจจะมองไม่ค่อยดีนักสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชวนคุณครู เยาวชน ชุมชน รวมพลังขับเคลื่อน สาละวินสู่เมืองสร้างสุขหวังพลิกภาพลักษณ์สาละวินจากลบเป็นบวก ในงาน MIDL Festival “เสียงสาละวิน ถิ่นแม่สะเรียงเวียงงาม”ภายใต้โครงการ MIDL for Inclusive Cities 2020

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/10/06/5f7c0cfb6a2154.78850572.jpg

ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์ กรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า ภารกิจหลักของ สสส. คือการหนุนเสริมให้พลเมืองมีทักษะในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ วันนี้เด็กและเยาวชนไม่เพียงใช้สื่อได้ ใช้สื่อเป็น แต่ยังต้องรู้เท่าทันสื่อ และสามารถนำสื่อมาเป็นพลังสร้างสรรค์ขับเคลื่อนสังคมและชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โครงการเสียงสาละวิน เมืองสร้างสุข เป็น 1 ในพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงพลังของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในฐานะนักสื่อสารสุขภาวะที่น่าชื่นชม คุณครู เด็กๆ และชุมชนสามารถรวมพลังกัน นำสิ่งดีที่มีอยู่ในลุ่มน้ำสาละวินออกมาสื่อสาร สร้างทั้งพลังแห่งความสุข ความสามัคคีในชุมชน และยังสร้างมุมมองใหม่ๆ แก่คนภายนอกที่มีต่อสาละวินได้อีกด้วย

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/10/06/5f7c0cfb3d8922.94340347.jpg

อ.ฌัชชภัทร พานิช หัวหน้าโครงการเสียงสาละวิน เมืองสร้างสุข กล่าวว่า ปีนี้โครงการเสียงสาละวิน เมืองสร้างสุข ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยได้ขยายพื้นที่การทำงานครอบคลุม 6 พื้นที่รอบลุ่มน้ำสาละวิน มีโรงเรียนเข้าร่วม 6 โรงเรียนได้แก่ โรงเรียนบ้านเลโคะ โรงเรียนศิษย์เก่าศิริราชบ้านดง โรงเรียนบ้านอมพาย โรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง โรงเรียนบ้านสบเมย โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา โดยคุณครูและเด็กๆ แต่ละโรงเรียนจะออกเดินทางค้นหาความสุขในพื้นที่ผ่านต้นทุนหลักที่มีอยู่ในพื้นที่สาละวิน คือ ความสุขจากพหุวัฒนธรรม ความสุขในวิถีชีวิตและอาชีพ ความสุขจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นแต่ละโรงเรียนจะสร้างสรรค์ 1 โปรเจคท์ออกมาขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมเพื่อนำมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยหวังว่าสิ่งที่ทุกคนรวมพลังกันสร้างสรรค์ออกมา จะถูกสื่อสารส่งต่อไปยังคนภายนอกให้เปลี่ยนมุมมองใหม่ที่มีต่อพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน จากด้านลบเป็นบวก จากเมืองที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนโหดร้ายให้กลายเป็นเมืองแห่งความสุข ดังเช่นความเป็นจริงที่เมืองสาละวินเป็นอยู่ตลอดมา

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/10/06/5f7c0cfbd2f418.10878014.jpg

คุณครูเคน ปู่หล้า คุณครูจากโรงเรียนบ้านเลโคะ ซึ่งเป็น 1 ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้กล่าวว่า โรงเรียนบ้านเลโคะเลือกทำโปรเจคท์ท่องเที่ยวเก๋ไก๋สไตล์เลโคะ เนื่องจากเห็นว่าบ้านเลโคะมีต้นทุนทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่งดงาม ที่ผ่านมาคนในพื้นที่มองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอเด็กๆ ได้ลงไปศึกษาค้นหาเรื่องราว ก็ทำให้ทั้งเด็ก เยาวชน และชาวบ้านในชุมชนเริ่มมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ จึงรวมพลังช่วยกันทำโปรเจคท์นี้ขึ้นมา โดยมีแผนการที่จะผลักดันให้เลโคะกลายเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการท่องเที่ยวที่อยู่บนพื้นฐานการสร้างสรรค์ของชุมชนเพื่อชุมชน เป็นความเก๋ไก๋สไตล์เลโคะที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/10/06/5f7c0cfb9631e7.35343029.jpg