สนามข่าว 7 สี

ครูพี่เลี้ยงจุ๋ม เผยถูก รร.บีบให้แจ้งความกลับผู้ปกครอง

กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนชั้น อนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางไปพบตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ปรากฏว่าฮาร์ดดิสก์ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่บันทึกภาพบริเวณหน้าห้องน้ำ ได้รับความเสียหายคล้ายถูกบุหรี่จี้ใส่ที่ขั้วสายแพร์ ทำให้ไม่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ ผู้ปกครองได้ขอนำฮาร์ดดิสก์ไปกู้ข้อมูลในเครื่องเอง แต่กลับถูกปฏิเสธ อ้างว่าเพิ่งส่งไปกู้ข้อมูลที่กองพิสูจน์หลักฐานเมื่อไม่กี่นาทีนี้ ทำให้ผู้ปกครองเคลือบแคลงใจเป็นอย่างมาก จึงต้องการขอความเป็นธรรมกับสังคม

ระหว่างที่กลุ่มผู้ปกครองกำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ครูพี่เลี้ยงจุ๋ม ได้โทรศัพท์มาหา 1 ในผู้ปกครองนักเรียน โดยยอมรับผิดทุกอย่าง และรู้สิ่งที่กระทำกับนักเรียนไม่ถูกต้อง แต่บางครั้งเธอก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เพราะเด็ก ๆ ไม่เชื่อฟังคำสั่ง จึงฝากไปขอโทษผู้ปกครองนักเรียนทุกคนด้วย พร้อมยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ พ่อน้องเสือ เพราะถูกทางโรงเรียนบีบบังคับให้ทำ ซึ่งตอนนี้ต้องการถอนแจ้งความ เพราะรู้สึกว่าโรงเรียนใช้เธอเป็นเครื่องมือ เพื่อให้เป็นแพะรับผิดแทนโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ รวมถึง พ่อน้องเสือ ด้วย

หลังจากนั้น นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่าจะพา อดีตครูพี่เลี้ยงจุ๋ม ไปถอนแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ในช่วงเย็นวานนี้ (6 ต.ค.) แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย มีเพียงทนายความเดินทางมาเพียงลำพัง โดยบอกว่าไม่สามารถติดต่อ ครูจุ๋ม ได้ ครั้งสุดท้ายที่คุยโทรศัพท์กัน ครูจุ๋ม บอกว่ารถเสีย ทำให้ยังเดินทางมาไม่ถึง หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย แต่ก็เป็นไปได้ว่า ครูจุ๋ม อาจมาขอถอนแจ้งความในภายหลังแทน ส่วนเรื่องที่ตัดสินใจจะมาขอถอนแจ้งความ ทราบว่าเพราะ ครูจุ๋ม เครียดจากกระแสสังคมกดดัน และถูกรุมประณาม ทำให้ต้องการอยากถอนแจ้งความดังกล่าว

ส่วนกรณีที่ ครูจุ๋ม บอกว่า สาเหตุที่ต้องแจ้งความผู้ปกครองของนักเรียน เพราะถููกโรงเรียนบีบบังคับนั้น ทนายเดชา เปิดเผยว่า เรื่องนี้ทางโรงเรียนได้ทำหนังสือแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่ได้บังคับ ครูจุ๋ม ให้มาแจ้งความตามที่กล่าวอ้าง หากเรื่องดังกล่าวพิจารณาแล้วเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทางโรงเรียนก็จะพิจารณาดำเนินคดีกับ ครูจุ๋ม ต่อไป นอกจากนี้ ทนายเดชา ยังบอกอีกว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนได้มอบหน้าที่ให้ตนเองทำหน้าที่ให้ความเห็นทางกฎหมาย ระงับข้อพิพาท และให้การเยียวยา ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่ได้เป็นทนายความให้กับครูพี่เลี้ยงที่ถูกดำเนินคดี แต่ถ้าหากต้องการข้อแนะนำทางกฎหมาย ก็ยินดีช่วยแนะนำ