7HD ร้อนออนไลน์

อุสาหกรรม จ.เพชรบูรณ์ สั่งปิดโรงงานน้ำแข็ง 15 วัน หลังเกิดก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล

จากเหตุก๊าซแอมโมเนียโรงงานน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 9 บ้านห้วยนา ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เกิดรั้วไหล ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวานนี้ (7 ต.ค.63) เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังและรถดับเพลิง รวมทั้งหุ่นยนต์ฉีดฝอยละอองน้ำ เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของก๊าซแอมโมเนีย รวมทั้งอพยพคนงานและชาวบ้านออกจากพื้นที่ในรัศมี 500เมตร ให้ไปพักอาศัยที่วัดแคมป์สน และบ้านญาติเป็นการชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมการรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียได้ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (8 ต.ค.63)

ต่อมา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 3 พิษณุโลก ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอเขาค้อ ได้ใช้เครื่องมือเข้าตรวจสอบปริมาณก๊าซแอมโมเนีย ที่ยังตกค้างอยู่บริเวณโดยรอบ พบว่ายังมีปริมาณก๊าซอยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลที่อยู่รอบข้าง นอกจากนี้ ต้นไม้ที่อยู่บริเวณโดยรอบพบว่าใบไม้ก็มีลักษณะถูกเผาไหม้ คาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากก๊าซแอมโมเนียที่รั่วออกมา รวมทั้งน้ำที่ใช้ฉีดก๊าซแอมโมเนียได้ไหลลงสู่แหล่งกักเก็บน้ำของโรงงานน้ำแข็ง ทำให้ปลาที่อยู่ในสระน้ำลอยตายเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบต่อไป ขณะที่ชาวบ้านที่อพยพไปพักค้างแรมอยู่ที่วัดแคมป์สน ได้กลับเข้าบ้านตั้งแต่ช่วง 03:00 น.ที่ผ่านมาแล้ว

ล่าสุด นายนิเวศน์ หาญสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเดินทางไปตรวจเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสั่งการให้นายเข็มชาติ เฉลิมแสน หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เร่งดำเนินการหาสาเหตุที่ก๊าซแอมโมเนียจากโรงงานน้ำแข็งรั่วไหล รวมทั้งยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจ กับประชาชน ถึงแม้จะต้องใช้เวลาถึงสองสามอาทิตย์ก็ตาม เพื่อให้ความมั่นใจในการแก้ปัญหาของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคลายความวิตกกังวลว่า ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้โรงงานแห่งนี้จะได้รับความปลอดภัย

นายเข็มชาติ เฉลิมแสน หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่าก๊าซแอมโมเนียที่รั่วไหล เกิดจากเครื่องทำน้ำแข็งขนาด 80 ตันต่อวัน ได้เกิดรอยรั่วที่หน้าแปลนของโซลินอยด์วาล์ว โดยได้ให้ผู้ประกอบการหยุดกิจการก่อน 15 วัน เพื่อที่จะให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาซ่อมแซมปรับปรุง และให้วิศวกรที่เชี่ยวชาญออกหนังสือรับรองความปลอดภัย หลังจากนั้นถึงจะให้เปิดกิจการได้อีกครั้งหนึ่ง และให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบทำความเย็น เนื่องจากทราบว่าผู้ควบคุมคนเดิมได้ออกจากงานไปแล้ว จึงให้ไปสอบที่กรมโรงงานและขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินได้ ส่วนข้อแนะนำต่อไปก็คือให้ทำการปรับปรุงทบทวนแผนฉุกเฉิน เพราะโรงงานประเภทนี้ต้องมีแผนฉุกเฉิน ที่มีแผนผังโรงงาน มีขั้นตอนการเผชิญเหตุต่างๆ ทำให้สมบูรณ์ครบถ้วนและยื่นให้อุตสาหกรรมพิจารณา