สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พบทุจริตเบี้ยเลี้ยงตำรวจช่วยโควิด-19 จริง

เรื่องที่มีตำรวจชั้นผู้น้อย โพสต์ร้องเรียนเรื่องที่ถูกอมเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ที่มีการแถลงชี้แจงไปก่อนหน้านี้ วานนี้ จเรตำรวจแห่งชาติก็ออกมายอมรับแล้วว่า มีการทุจริตในจุดนี้จริง บางหน่วยเบิกงบหลัก 100 ล้านบาท อย่างไม่สมเหตุสมผล แต่เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การกระทำกันเป็นขบวนการ ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

เป็นคลิปบันทึกเสียงที่อ้างว่า เป็นการชี้แจงของผู้บัญชาการตำรวจนายหนึ่ง ที่สั่งกำชับในที่ประชุม หลังทราบข่าวว่า เกิดปัญหาการทุจริตเงินเบี้ยเลี้ยงตำรวจชั้นผู้น้อยในบางพื้นที่ พร้อมกับชี้แจงเงินตั้งเบิกที่แต่ละพื้นที่ได้ไม่เท่ากันนั้น เกิดจากการตั้งเบิกงบประมาณของแต่ละพื้นที่เอง

โดยทีมสนามข่าวได้รวบรวมข้อมูลที่มีการโพสต์ข้อความร้องเรียนปัญหานี้ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นใน 5 รูปแบบ

รูปแบบแรก เป็นลักษณะของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงล่าช้า โดยต้นสังกัดอ้างว่าติดขัดในส่วนของงานทางธุรการ ต้องตรวจสอบงบประมาณที่ได้รับมา

รูปแบบที่ 2 เป็นการได้เบี้ยเลี้ยงเพียงบางส่วน โดยพบว่าต้นสังกัดได้เบิกงบออกมาเต็มจำนวน แต่มีการหักเงินบางส่วนออกไป ซึ่งมีตั้งแต่ร้อยละ 75-80 และพบว่าบางหน่วยงาน ได้จ่ายงบในส่วนนี้ให้เป็นยอดเดียวกันทั้งหน่วย

รูปแบบที่ 3 เป็นลักษณะของการให้ไปเบิกเบี้ยเลี้ยงได้เต็มตามจำนวน แต่ถูกบังคับให้ต้องหักเงินบางส่วนคืนให้ต้นสังกัด โดยอ้างว่า เป็นค่าอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19 ที่ต้นสังกัดสำรองจ่ายให้ไปก่อน, อ้างว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งให้ส่งเงินบางส่วนกลับคืน, อ้างว่าต้องจ่ายเงินเป็นกองกลางเข้าต้นสังกัด และอ้างว่าเป็นการใช้หนี้คืนต้นสังกัด ซึ่งจุดนี้มีผู้ที่ร้องเรียนอ้างว่า มีการทำพยานหลักฐานเท็จ เรื่องการกู้ยืมเงินขี้นมาด้วย

รูปแบบที่ 4 เป็นเรื่องที่ต้นสังกัดไม่ทำเรื่องเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ ทำให้ไม่ได้รับเงิน

และ รูปแบบที่ 5 เป็นเรื่องของการตั้งเบิกเบี้ยเลี้ยง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่จริง

ขณะที่ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับคำสั่งให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ยอมรับว่า มีมูลความจริง ซึ่งได้สั่งให้แต่ละหน่วยงานที่เบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ไปแล้ว หรือมีการร้องเรียนจากผู้ใต้บังคับบัญชา ให้เร่งตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงขึ้นมาโดยเร็ว พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจของจเรตำรวจ ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย โดยกำหนดกรอบระยะเวลาให้รายงานผลภายใน 10 วัน

ส่วนจะมีใครเข้าข่ายกระทำผิด เป็นตำรวจชั้นใดบ้าง ยังตอบไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล แต่หากพบว่าผู้ใดเข้าข่ายการกระทำความผิด ก็จะทำเรื่องเสนอไปยังคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

สำหรับเงินจัดสรรค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเบิกจ่าย พบว่ามีงบประมาณสูงถึงกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งต้องนำไปเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ เช่น เบี้ยเลี้ยงของตำรวจที่ไปตั้งด่านควบคุมโรค, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์, งบเบิกจ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ได้เบิกจ่ายให้แต่ละหน่วยงานไปทั้งหมดแล้ว ไม่มีนโยบายในการทอนเงินคืน ส่วนที่แต่ละหน่วยงานมีการตั้งเบิกเงินไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเหตุผลและความจำเป็น, จำนวนวันในการตั้งด่าน และตำรวจที่ไปประจำด่าน

ทั้งนี้ พบว่ากองบัญชาการที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบ มีการตั้งเบิกงบประมาณสูงถึงหลัก 200 ล้านบาท และบางหน่วยได้ตั้งเบิกงบประมาณหลัก 100 ล้านบาท อย่างไม่สมเหตุสมผล