เช้านี้ที่หมอชิต

เปิดเงื่อนไขคืนภาษี ช้อปดีมีคืน ลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท

เช้านี้ที่หมอชิต - จากกรณีที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 หรือ ศบศ. มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการ "ช้อปดีมีคืน" ให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งแต่ละคนจะได้รับเงินคืนภาษีไม่เท่ากัน ไปตรวจสอบเงื่อนไขและการคำนวณเงินคืนภาษี

สำหรับเงื่อนไขโครงการ "ช้อปดีมีคืน" จะให้สิทธิการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมกันไม่เกิน 30,000 บาท โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ คือผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กลุ่มผู้ประกอบการประเภทผู้ค้าสินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการขายหนังสือและสินค้า OTOP ยกเว้นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ที่ร่วมโครงการคนละครึ่ง 2 กลุ่มนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้

ส่วนจำนวนเงินคืนภาษีที่จะได้รับคืน จะแตกต่างกันไปตามฐานเงินได้สุทธิและอัตราภาษีที่แต่ละคนต้องจ่าย โดยผู้ที่มีเงินได้สุทธิต่อปีไม่เกิน 150,000 บาท กลุ่มนี้จะไม่ได้รับการคืนเงินภาษี เพราะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่มีเงินได้สุทธิต่อปีตั้งแต่ 150,001 บาท ขึ้นไปจะได้รับเงินคืนภาษีเริ่มตั้งแต่ 1,500 บาท สูงสุด 10,500 บาท   

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีรายได้สุทธิต่อปี 150,001-300,000 บาท ถูกหักภาษีในอัตราร้อยละ 5 กลุ่มนี้จะได้รับเงินคืนสูงสุด 1,500 บาท ผู้ที่มีรายได้สุทธิต่อปี 300,001-500,000 บาท ถูกหักภาษีในอัตราร้อยละ 10 จะได้รับเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท 

ซึ่งสินค้าและบริการที่ไม่สามารถนำไปคำนวณลดหย่อนภาษีได้ คือค่าซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, น้ำมัน-ก๊าซ สำหรับเติมยานพาหนะ ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ ค่าซื้อหนังสือพิมพ์-นิตยสาร ค่าบริการหนังสือพิมพ์-นิตยสาร ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ค่าบริการจัดนำเที่ยว ที่จ่ายให้บริษัทนำเที่ยวตามกฎหมาย และค่าโรงแรม ที่จ่ายให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมาย

ระยะเวลาเริ่มโครงการ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2563 ณ เดือน มีนาคม 2564

คาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 55,500 ล้านบาท