ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ตอนที่ 5

"ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020" วันนี้ เรามาดูนโยบายสำคัญที่ทำให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 และก้าวขึ้นไปนั่งบัลลังก์ทำเนียบขาว ไปติดตามจากคุณพิชญาภา สูตะบุตร

การยกเลิกดีเบตครั้งที่ 2 นี้ จะทำให้เหลือการดีเบตอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งต้องจับตาดูว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 นี้ จะทำให้เกิดปัญหาอะไรในการดีเบตอีกหรือไม่ และแม้จะไม่มีการดีเบต เราก็ยังติดตามผลงานของทรัมป์และไบเดนได้ ซึ่งนโยบาย "America First" หรือ "อเมริกาต้องมาก่อน" พร้อมคำขวัญว่า "Make America Great Again" หรือ "อเมริกาจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง" เป็นนโยบายชูโรงให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก และในปีนี้เขาก็ยังจะสานต่อนโยบายเดิม ซึ่งหากทรัมป์ได้รับชัยชนะอีกครั้ง ก็ทำให้นานาชาติต้องคิดหนักว่าจะรับมือกับนโยบายของเขาอย่างไร

จากนโยบาย America First มาสู่ผลงานของนายทรัมป์ ที่ถูกใจชาวอเมริกันไม่น้อย คือเรื่องปากท้อง กระตุ้นให้ชาวอเมริกันมีงานทำเพิ่มมากขึ้น ด้วยการดึงผู้ประกอบการชาวอเมริกันให้ย้ายฐานการผลิตกลับมาที่สหรัฐฯ จูงใจด้วยการลดกฎระเบียบที่ยุ่งยากซ้ำซ้อนของรัฐบาลกลาง ปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมทั้งลงนามคำสั่งประธานาธิบดีสนับสนุนสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ ได้ประกาศสงครามการค้ากับจีน ด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรรายการสินค้านำเข้าประจำปี รวมมูลค่าเกือบ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และได้ยกเลิกข้อตกลงทางการค้าต่าง ๆ หรือทั้งการถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศที่เขาเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ ตลอดจนการยกเลิกให้สิทธิพิเศษทางภาษี หรือ "จีเอสพี" (Generalized System of Preferences) กับไทยด้วย

ส่วนนโยบายต่างประเทศที่ ทรัมป์ ทำเกือบสำเร็จ คือการเปิดโต๊ะเจรจากับผู้นำเผด็จการอย่าง คิม จอง อึน ผู้นำของเกาหลีเหนือ เพื่อเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ ถึงแม้การเจรจาจะล้มเหลว แต่เขาก็ได้ถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลก ในฐานะประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่ได้เจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ เขายังเกือบเปิดสงครามกับอิหร่าน หลังออกคำสั่งให้ใช้โดรนสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งของอิหร่าน ในกรุงแบกแดด ของอิรัก โดยอ้างว่าอิหร่าน อาจเตรียมก่อเหตุโจมตีครั้งใหม่ในอนาคตอันใกล้

นโยบายผู้อพยพ ที่เขาได้สร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโก ด้วยงบ 8,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสกัดผู้ที่จะลักลอบเข้ามาแย่งงานและลดปัญหาสังคม นอกจากนี้ ยังพยายามยกเลิกโครงการคุ้มครองเยาวชน จำนวน 650,000 คนในสหรัฐฯ จากครอบครัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือ "ดรีมเมอร์" ก่อนที่ศาลสูงจะสั่งคัดค้านข้อเสนอนี้

คงต้องดูกันต่อไปว่าผลงานที่ผ่านมาของทรัมป์ จะทำให้เขาได้เป็นผู้นำต่อในสมัยที่ 2 หรือไม่ ส่วนวันพรุ่งนี้ เราจะไปดูผลงานในฝั่งของนายโจ ไบเดน คู่ชิงจากพรรคเดโมแครต ว่าในอดีตเคยสร้างผลงานอะไรไว้บ้าง