สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ปิดบัญชีล่าตัว 2 นักโทษหลบหนีเรือนจำกระบี่

หลังจากเกิดเหตุการณ์มี 2 นักโทษชาย ในคดียาเสพติด หลบหนีออกจากห้องกักตัวแล้วโรยตัวลงมาจากนั้นปีนกำแพงหนีออกจากเรือนจำจังหวัดกระบี่ โดยหลังเกิดเหตุช่วงกลางดึกวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และตำรวจได้ร่วมปฏิบัติการเพื่อไล่ล่าตามหาตัวมาอย่างไม่ลดละ จนเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตามไปรวบตัวนักโทษชาย อานนท์ เด็นหมาด อายุ 32 ปี ได้ขณะกบดานอยู่ที่ขนำในบ่อเลี้ยงกุ้งแห่งหนึ่งที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยจับกุมได้พร้อมพวกอีก 2 คน คือ นายทรรปณะ รัญวาสี อายุ 19 ปี และ นายนฤเบศ พินประพันธ์ อายุ 28 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของนายนฤเบศ พบมีหมายจับติดตัวในข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด“ ทั้งนี้ยังไปตรวจพบในขนำที่นักโทษชายไปซ่อนตัวอยู่ มียาบ้าซ่อนอยู่จำนวนกว่า 2,000 เม็ด  อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร และขนาด .38 รวม 2 กระบอก รวมทั้งเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืน, เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต่อมาช่วงค่ำวานนี้ (10 ต.ค. 63) ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 และกองบังคับการปราบปราม ตามรวบ
นักโทษชายมลฑน ขันสมาน อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นนักโทษคนสุดท้ายที่หลบหนี ได้ที่บ้านหลังหนึ่งบริเวณทางขึ้นน้ำตกเขาโร อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับหญิงสาวที่ให้ที่พักพิง โดยมี พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางลงพื้นที่เพื่อมาร่วมสอบปากคำด้วยตัวเองก่อนควบคุมตัวหญิงคนดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง ดำเนินคดี ส่วนนักโทษชายมลฑน ได้สั่งการให้คุมตัวไปที่ สภ.เมืองกระบี่ เพื่อสอบสวนต่ออย่างละเอียดอีกครั้งว่าผู้ใดบางที่มีส่วนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการหลบหนี

ขณะที่ พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกมาเปิดเผยถึงสภาพของเรือนจำจังหวัดกระบี่ สร้างมานานถึง 70 ปี อาคารต่างๆ มีสภาพค่อนข้างเก่าทำให้นักโทษฉวยโอกาสงัดแงะหลบหนีออกมาได้ง่าย หลังจากนี้จะนำปัญหาดังกล่าวไปหารือเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้อาคารต่างๆ ภายในเรือนจำอยู่ในสภาพแข็งแรง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเช่นเหตุการณ์นี้อีก