ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ตอนที่ 6

เมื่อวานเราติดตามผลงานของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไปแล้ว วันนี้เรามาดูผลงานของ นายโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ที่มีผลงานไม่ธรรมดา ติดตามใน "ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020" กับคุณพิชญาภา สูตะบุตร

นายโจ ไบเดน อายุ 77 ปี ตัวแทนพรรคเดโมแครต ที่ลงสู้ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาวกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างดี เพราะเขาเคยทำงานเคียงบ่าเคียงเคียงไหล่ ในฐานะรองประธานาธิบดี กับอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา

ผลงานของ นายโจ ไบเดน โดดเด่นในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ ตั้งแต่อายุเพียง 29 ปี โดยในปี 1972 นายไบเดน ชนะการเลือกตั้งวุฒิสภารัฐเดลาแวร์ เป็นครั้งแรก และเป็นวุฒิสมาชิกที่อายุน้อยเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ และเขาได้ทำหน้าที่วุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ ต่อเนื่องนานถึง 6 สมัย โดยมีบทบาทสำคัญด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค, ผลักดันเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิพลเมืองของกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติในสหรัฐฯ รวมทั้งทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนจะได้รับเลือกเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้านตุลาการของวุฒิสภาเมื่อปี 1981 ซึ่งเขาได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาชญากรรมและกฎหมายปกป้องสตรีจากการถูกคุกคาม รวมทั้งปรับปรุงร่างกฏหมายอาชญากรรมหลายฉบับให้ทันสมัยขึ้น

นอกจากผลงานด้านตุลาการแล้ว นายไบเดน ยังมีผลงานในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาอีกด้วย โดยเขาเคยโหวตคัดค้านการส่งกองทัพสหรัฐฯ ทำสงครามอ่าวเปอร์เซียกับอิรัก ในปี 1991 และมีบทบาทเข้าแทรกแซงสงครามในบอสเนีย เพื่อยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยกลุ่มกองทัพชาวเซอร์เบีย ในช่วงปี 1992-1995 ก่อนจะได้รับการยกย่องจากนิตยสาร คองเกรสชันแนล ควอเตอร์ลี่ย์ หรือ ซีคิว ซึ่งตีพิมพ์เรื่องราวการทำงานของสมาชิกสภาคองเกรส สหรัฐฯ ให้เป็นหนึ่งใน 12 บุคคลผู้สร้างความแตกต่าง นอกจากนี้ นายไบเดน มีบทบาทสำคัญในด้านกิจการต่างประเทศของสภาคองเกรส พร้อมผลักดันกองกำลังองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติคเหนือ หรือ นาโต้ ในการรักษาสันติภาพทั่วโลก

บทบาทล่าสุดของนายไบเดน คือการดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2 สมัย ระหว่างปี 2009-2017 สมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ซึ่ง นายไบเดน ยังคงมีส่วนในด้านกิจการต่างประเทศ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการเจรจากับสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกัน เพื่อผ่านร่างกฎหมายการปรับเพิ่มเพดานหนี้ เพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางลงกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลา 10 ปี และรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณ ตามร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ จากวิกฤติฟองสบู่ หรือ ซับ ไพรม์ เมื่อปี 2009 ด้วย ซึ่งก็ถือได้ว่า นายไบเดน มีบทบาทสำคัญๆ มากมาย ในช่วงที่เขาทำหน้าที่มือขวาของประธานาธิบดีโอบามา ตลอด 8 ปี ในทำเนียบขาว   
 
จากประสบการณ์ และผลงานทางการเมืองที่ผ่านมาของนายไบเดน ถือได้ว่าแม้จะไม่โดดเด่นชัดเจนว่า สร้างประโยชน์ให้กับชาวอเมริกันโดยตรง และก็นับว่ามีผลงานไม่น้อย ต้องคอยดูกันว่า ในศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ครั้งนี้ เขาจะสามารถคว้าคะแนนเสียงจากชาวอเมริกันจนก้าวขึ้นสู่ทำเนียบขาวได้หรือไม่ 

สัปดาห์หน้า เราจะไปดูความสำคัญของรัฐสมรภูมิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า สวิงสเตท ว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาวในครั้งนี้ รอติดตามชม