7HDร้อนออนไลน์

ตำรวจสรุป 6 ปม อุบัติเหตุรถบัสกฐิน ชี้คนขับรถบัสประมาท

วันนี้ ( 12 ต.ค.63 ) พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และนางสายขวัญ เกตุดำ ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ( คปภ.) ภาค 6 ร่วมกันแถลงข่าวอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสกฐิน บริเวณจุดตัดรถไฟ สถานีชุมทางคลองแขวงกลั่น ต.บางเตย อ.เมืองฉะเชิงเทรา
  
พล.ต.ต.ชาคริต เปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน จากเดิม 18 คน สำหรับผู้เสียชีวิตคนที่ 19 คือ นายปัญญา สีลารัตน์ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังย้ายจาก จ.ฉะเชิงเทราไปรักษาที่กรุงเทพฯ

สำหรับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ วิเคราะห์ว่าเกิดจาก 1 ผู้ขับรถบัสไม่คุ้นชินเส้นทาง โดยเฉพาะจุดตัดรถไฟ 2 ในรถบัสโดยสารเปิดเพลงเสียงดัง อาจทำให้ผู้ขับขี่ไม่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟ 3 จุดเกิดเหตุไม่มีเครื่องกั้นทางรถไฟ แต่มีป้ายเตือนและสัญญาณไฟชัดเจน 4 จุดเกิดเหตุมีลักษณะเป็นทางลาดชัน ผู้ขับขี่ต้องเร่งความเร็วเพื่อขับรถผ่าน 5 รถบัสโดยสารบรรทุกผู้โดยสารมากเกินความจุ จึงเร่งเครื่องขึ้นเนินได้ช้ากว่าปกติ และ 6 รถไฟวิ่งมาด้วยความเร็วส่งผลให้ไม่สามารถหยุดรถได้ในระยะกระชั้นชิดได้ทัน 

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีนั้น ผู้ขับรถบัสได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คดีอาญาจึงสิ้นสุดลง แต่ในทางแพ่งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสามารถเรียกร้องสินไหมทดแทนจากบริษัทรถบัสคันได้ ทั้งนี้เงินเยียวยาที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเงินจากกองทุนประกันสังคม  เป็นค่าปลงศพ 80,000 บาท ส่วนค่ารักษาเบิกได้ตามสิทธิประกันสังคม  ในส่วนที่ 2 คือ เงินประกันภัยของรถยนต์โดยสาร ซึ่งให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

ด้านนางสายขวัญ เกตุดำ เปิดเผยว่าประกันภัยประเภทสมัครใจ คุ้มครองประเภท 3 กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 500,000 บาท แต่อาจเฉลี่ยไม่เพียงพอ เพราะต้องเฉลี่ยให้กับผู้เสียชีวิตทุกคนเท่าๆ กันในวงเงิน 10 ล้านบาท และสัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร กรณีเสียชีวิตจ่าย 50,000 บาทต่อราย เบื้องต้นสามารถจ่ายเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ญาติผู้เสียชีวิตได้คนละ 35,000 บาท นอกจากนี้ คปภ.จะยึดตามผลการสอบสวนของตำรวจ คือผู้ขับรถบัสประมาททำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว