7HD ร้อนออนไลน์

สส. พรรคฝ่ายค้าน แห่ช่วยแกนนำ-ผู้ชุมนุมถูกจับกุม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (15 ต.ค. 63) ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคประชาชาติ  ,พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ,นายสมคิด เชื้อคง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ,น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ,น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1  เพื่อติดตามสถานการณ์และ ดำเนินการช่วยเหลือแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัว จากการเข้ายึดคืนพื้นที่หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

นายพิธา เผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวนหนึ่งจะมีการดำเนินการช่วยนำหลักทรัพย์ประกันตัว คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ข้างใน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตนขอตั้งคำถาม ถึงความชอบธรรมในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งๆที่เมื่อคืน แกนนำก็พยายามที่จะลดความตึงเครียดลง และพร้อมที่จะยุติการชุมนุม แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเช้ามืด

ขณะที่ตนได้ประสานกับทางทนายความ ที่เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือข้างในกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 นั้น เข้าใจว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 18 คน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนถึงจำนวนคนอื่นๆว่าผู้มีอำนาจได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยข้างในกองบังคับการฯ  ตอนนี้มีทนายอยู่ 4 คน ซึ่งยังคงไม่เพียงพอ ต่อจำนวนบุคคลที่ถูกควบคุมตัว โดยตนจะเข้าไปเพื่อที่จะหาทางดำเนินการต่อในฐานะส.ส.  และจะดูว่าจะใช้กระบวนการทางรัฐสภาในการช่วยเหลือได้อย่างไร ขณะเดียวกันตนมองว่าในตอนนี้ทุกประเทศต่างจับจ้องมาที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่นักสิทธิมนุษยชน แต่รวมถึงนักลงทุนและภาคธุรกิจที่มองมา จึงขอฝากไปยังจำได้ว่าหากจะตัดสินใจอะไรก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ด้านนายชัยธวัช กล่าวว่า ท่าทีของพรรคก้าวไกล ที่ขอตั้งคำถามถึงความชอบธรรม ถึงเหตุผลในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง ว่ามีเหตุผลชอบธรรมเพียงใด การที่อ้างว่าเกิดจากการชุมนุมที่ไม่สงบของนักศึกษานั้น ไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะจะเห็นได้ว่าตลอดทั้งวันในการชุมนุม มีความอดทนอดกลั้นจากการถูกยั่วยุ และใช้แนวทางที่สันติมาโดยตลอด รวมถึงการหลีกเลี่ยงเส้นทาง ไม่ให้กระทบต่อขบวนเสด็จ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถูกหยิบยกมาเป็นข้อกล่าวอ้างที่สำคัญ ต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย โดยแกนนำได้มีการประสานกับทางตำรวจมาตลอดเพื่อหลีกเลี่ยง และเมื่อถึงเวลาทุกคนก็ไม่ได้เข้าไปขัดขวางขบวน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ควรจะมีความชัดเจนในการจับกุมรวมถึงข้อกล่าวหาด้วย

ขณะที่ พล.ต.ท. อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1  (ผบช.ภ.1) เปิดเผยภายหลังเดินทางมาตรวจเยี่ยมการดูแลรักษาความปลอดภัยและการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มคณะราษฎรและเยาวชนที่ถูกจับกุม และนำมาควบคุมตัวที่ ตชด. ภาค 1 โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการดูแลผู้ที่ถูกจับกุมมาเป็นอย่างดี และให้สิทธิ์กับผู้ต้องหาในการมีทนายความมาร่วมฟังการสอบสวน 

ซึ่งขณะนี้มียอดของผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมมาทั้งหมด 23 คน และเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจได้ควบคุมนายอานนท์ นำภา ไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่กองบินตำรวจ เพื่อนำไปดำเนินคดีตามหมายจับที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีคณะพนักงานสอบสวนนครบาล มาเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการสอบสวนปากคำ 

ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับของพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 คดีเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา จากการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้จากการชุมนุมครั้งนี้  3 คน จากทั้งหมด 6 คน ที่ถูกออกหมายจับ คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน , น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และ นายณัฐชนน ไพโรจน์ ซึ่งคาดว่าวันนี้จะยังไม่มีการนำตัวไปส่งศาลเพื่อฝากขัง เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ