ห้องข่าวภาคเที่ยง

บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลกลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว

ตลอดถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกนางเลิ้ง ยาวไปจนถึงแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้าทำเนียบรัฐบาล ตอนนี้สถานการณ์เริ่มปกติแล้ว หลังจากที่เช้ามืดที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

และเจ้าหน้าที่ได้ยึดคืนพื้นที่ หน้าทำเนียบรัฐบาล จากกลุ่มผู้ชุมนุม คณะราษฎร 63 อีกทั้งยังได้ทำการจับกุมแกนนำ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมมีการสลายตัว ออกไปจากพื้นหมดแล้ว โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่เทศกิจนำรถน้ำ เข้ามาฉีดล้างทำความสะอาดถนน เก็บกวาดข้าวของ อุปกรณ์ทำอาหาร ที่กลุ่มผู้ชุมนุมทิ้งไว้ ออกจากพื้นผิวถนน รวมถึงตำรวจ สน.นางเลิ้ง ยังได้ประสานเจ้าของเต็นท์ให้เช่า เข้าทำการรื้อถอนเต็นท์ทั้งหมดออกหมดแล้วเช่นกัน

ในขณะที่โรงเรียนต่างๆ ในสังกัด กทม. ได้แก่ รร.วัดราชนัดดา, รร.วัดสุทัศน์, รร.วัดมหรรณพาราม, รร.วัดเบญจมบพิตร และ รร.มัธยมวัดเบญจมบพิตร ยังประกาศปิดการเรียนการสอน ไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม ส่วนโรงเรียน ในสังกัด สพฐ. คือ โรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก ยังต้องประกาศหยุดเรียน ในวันนี้อีก 1 วัน

สำหรับบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ตอนนี้ได้มีการรื้อแท่งแบร์ริเออร์ รั้วลวดหนามออกหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังเข้ม โดยประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสะพานมัฆวานรังสรรค์เลียบคลองเปรมประชากร ประตูยังถูกปิดและมีกำลังเจ้าหน้าที่ยืนประจำการ ในขณะที่ประตูทางเข้าฝั่งสะพานเทวกรรมรังรักษ์ เจ้าหน้าที่ยังวางแท่งแบร์ริเออร์ รั้วลวดหนาม และจอดรถตำรวจขวางเอาไว้ตามเดิม ทำให้ตอนนี้ ถนนพิษณุโลก นครสวรรค์ ราชดำเนินนอก กลาง ใน และถนนโดยรอบ รถสามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว

นอกจากนี้ทีมข่าวยังลงพื้นที่สำรวจบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้รื้อต้นไม้ที่จัดวางโดยรอบออกเมื่อวานนี้ เช้านี้ก็มีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าไปทำการจัดเรียงต้นไม้ใหม่ เพื่อให้กลับมาสวยตามเดิม ส่วนโรงเรียนสตรีวิทยา วันนี้ก็กลับมาเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ

ขณะที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล จะอนุญาตให้เฉพาะข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และสื่อมวลชนที่มีบัตรเท่านั้น ที่สามารถผ่าน เข้า-ออก ภายในทำเนียบรัฐบาลได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง