7HD ร้อนออนไลน์

เปิดใจชายพิการขอทาน เก็บสร้อยทองคืนเจ้าของ

จากกรณี แฟนเพจ สถานีตำรวจภูธรวังม่วง จ.สระบุรี ได้โพสต์ชื่นชม ชายพิการขอทาน คนหนึ่ง ที่ได้เก็บสร้อยทองพร้อมพระเลี่ยมทองได้ และนำมาแจ้งตำรวจเพื่อให้ประกาศตามหาเจ้าของ จนกระทั่งเจ้าของได้รับคืน นั้น

ทาง ร.ต.อ.อาคม กรเกษแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.วังม่วง จ.สระบุรี เผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ต.ค. 63 ได้รับแจ้ง ร.ต.ท.บุญมี รองสารวัตร สภ.วังม่วง หลังออกตรวจบริเวณตลาดสดวังม่วง ว่า ได้มีลุงแดง ซึ่งเป็นคนพิการและเร่ร่อน ได้เก็บสร้อยคอทองคำประมาณ 1 สลึง พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ มามอบให้เพื่อตามหาเจ้าของ จากนั้นจึงออกประกาศเสียงตามสายของรถยนต์สายตรวจ กระทั้งเวลา 10.00 น. ของวันเดียวกัน น.ส.สุกัญญา ได้มาแสดงตนเป็นเจ้าของ

ด้าน น.ส. สุกัญญา เจ้าของสร้อย เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเองมาเดินตลาดนัดแล้วทำสร้อยทองหาย ไม่รู้ว่าหล่นไปตอนไหน จนกลับถึงบ้านจึงรู้ว่า สร้อยทองที่ใส่อยู่ได้หายไปแล้ว จึงได้โทรไปสอบถามคนที่รู้จักขายของอยู่ในตลาดว่า เห็นสร้อยทองบริเวณที่ขายของหรือเปล่า พอดีได้ยินเสียงป้า ซึ่งอยู่ข้างๆ บอกว่า ใช่พระสีดำๆ ไหม ตนเองจึงบอกว่าใช่ เขาก็เลยให้กลับมาที่ตลาด เพื่อจะได้ติดต่อกับตำรวจที่ประกาศหาเจ้าของสร้อยทอง ซึ่งขณะนั้นตำรวจสายตรวจออกตรวจอยู่บริเวณที่เทศบาลวังม่วง ตนเองก็เลยรีบเดินทางไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจปรากฏว่า ไม่อยู่ที่เทศบาล จึงเดินทางมาที่ สภ.วังม่วง เพื่อเข้ามาขอรับสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคืน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังพบลุงแดงขอทานซึ่งพิการนั่งรออยู่  เมื่อได้รับสร้อยคืนแล้วตนเองดีใจมาก และกล่าวขอบคุณลุงแดงซึ่งเป็นชายขอทาน พร้อมกับมอบเงินให้ไป 100 บาท

น.ส.สุกัญญา กล่าวต่อว่า หลังจากวันนั้น ตนเองยังซื้อของไปเยี่ยมลุง และซื้อของกินไปให้ และยังมอบเงินให้ลุงแดงอีก 500 บาท ในวันถัดไป

ขณะที่ นายโปรย ฟอนรำ อายุ 53 ปี ผู้ที่เก็บสร้อยทองได้ เผยว่า วันนั้นว่า ตนเองได้นั่งเล่นอยู่ที่ตลาด เห็นสร้อยทองและพระเหลี่ยมทองหล่นอยู่ที่พื้น ตนเองก็คิดว่าเป็นของปลอม ก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็ได้หยิบมาใส่กระเป๋าไว้ ซึ่งขณะนั้นได้มีตำรวจสายตรวจเข้ามาตรวจตราภายในตลาด ก็เข้ามาพูดคุยขอหวยกับตน  ตนเองก็บอกว่าอย่าเพิ่งขอ เอาสิ่งนี้ไปประกาศหาเจ้าของก่อน เป็นสร้อยทองพร้อมพระเลี่ยมทอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปประกาศหาเจ้าของ ตนเองก็ได้ลุกเดินออกไปจากที่ตรงนั้น

จนกระทั่งเจ้าของทองได้ออกตามหาตนเองจนพบ พร้อมกับกล่าวขอบคุณ ตนเองก็บอกกลับไปว่า เราทำความดีมันไม่ตายหรอก เพราะของสิ่งนี้มันไม่ใช่ของๆ ลุง ลุงไม่อยากได้ รอให้เจ้าของมาเอาลุงก็ปลื้มใจแล้ว ส่วนการตอบแทนสินน้ำใจของเจ้าของทองได้ให้เงินไว้ในทุกครั้งที่มาหารวมเป็นเงิน 700 บาท พร้อมกับสิ่งของอีกต่างหาก ซึ่งแค่นี้ลุงก็ปลื้มใจแล้ว และในส่วนที่ร่างกายของลุงที่พิการ ก็มีที่ใบหน้า มือทั้งสองข้างและตามลำตัวบางส่วน เกิดจากเกิดอุบัติเหตุถังก๊าซที่บ้านระเบิดเมื่อช่วงตรุษจืน ปี 2527

นายโปรย กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันนี้ก็เร่ร่อนไปตามตลาดๆ ที่อยู่ใน จ.สระบุรีและจ.ลพบุรี พักอาศัยตามสถานีรถไฟ ตามตลาดเช้า ไปขอเงินมา พอได้เงินมาก็ไปซื้ออาหารมาเลี้ยงหมา แมว ที่มันอดอยากตามสถานี ก็อยากจะฝากข้อคิด ให้กับคนทั่วไป ให้คิดใหม่ ทำแบบเป็นตัวอย่าง อย่าได้ทำในสิ่งที่ไม่ดี ตามที่ในหลวง รัชการที่ 9 ได้สอนไว้ ให้รู้จักคุณค่าของเงิน ถ้าเห็นเงินตกที่ไม่ใช่ของเราก็ต้องเก็บคืนเจ้าของ และถ้าหากมีใครจะมอบสิ่งของลุงก็จะขอรับไว้ ลุงก็จะเอาไปช่วยคนที่เขาลำบาก ช่วยเด็กกำพร้า ที่ตนเองเห็นมาทุกตำบล ทุกอำเภอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง