7HD ร้อนออนไลน์

ตำรวจย้ำผิดกฎหมาย เย็นนี้ห้ามชุมนุม

ที่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หรือ กอร.ฉ. โดยพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฏร 2563

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนทำความเข้าใจกับมาตรการและข้อกำหนดตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการออกประกาศอีกครั้ง โดยห้ามชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครรวมถึงการเสนอข่าวในสิ่งพิมพ์หรือสื่ออื่นใดหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่ทำให้เกิดความหวาดกลัว บิดเบือน ยุยง ส่งเสริมให้เกิดการชุมนุมหรือเกิดความรุนแรง

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าที่ผ่านมาโดยเฉพาะเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 ต.ค.) ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบโดยไม่ได้มีการบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ สิ่งที่ผ่านมาคือการฝ่าฝืนกฎหมาย หลังจากนี้มาตรการบังคับใช้กฎหมายจะเข้มข้นขึ้น คือห้ามเข้ามาในพื้นที่โดยจะมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น

“ทุกแผนที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้ก็เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีการชุมนุมเกิดขึ้น หรือหากมีการชุมนุมก็จะบังคับใช้กฎหมายกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างเข้มข้น” ส่วนผู้ที่มีความจำเป็นจะเข้ามาทำธุระส่วนตัวก็คงไม่สามารถห้ามได้ แต่หากเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์อื่นเฉพาะก็ไม่สามารถให้เข้าพื้นที่ได้ ขอย้ำว่าจะจัดการชุมนุมไม่ได้โดยเด็ดขาด ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากพบการกระทำความผิด แต่จะคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและแนวปฏิบัติซึ่งเป็นสากล มั่นใจว่าความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นหากทำตามกติกา ขอย้ำว่าจะมีการใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้น โดยมีการออกหมายจับตามหลัง

ขณะเดียวกันจะควบคุมสถานที่ที่คาดว่าจะการชุมนุมหรือคาดว่าจะมีการมั่วสุมซึ่งขัดต่อข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และได้ควบคุมพื้นที่จราจรบางเส้นทางเพื่อป้องกันเหตุที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและความแตกแยกของสังคม ขอย้ำว่าตำรวจทำตามหน้าที่และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับในช่วงนี้ซึ่งเป็นเหตุการณ์เฉพาะ

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งข้อมูลไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสื่อสารไปยังสถานทูตทุกแห่ง เพื่ออธิบายให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบเข้าใจหลักการเหตุผลความจำเป็นในการใช้เส้นทางการจราจรในช่วงนี้

ส่วนการจับกุมผู้ชุมนุมได้ดำเนินการทยอยจัยกุมตั้งแต่พบการกระทำความผิด โดยเมื่อคืนมีการจับเพิ่ม 6 ราย เป็นการจับกุมในฐาน ความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินและเป็นแกนนำชักชวนคนมาชุมนุม

ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอฝากเตือนประชาชน เยาวชนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ในสถานการณ์ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีการโพสต์ข้อความและการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการส่งต่อข้อความในสื่อโซเชียลมีเดีย เนื่องจากขณะนี้มีข้อกำหนดที่ออกคือห้ามเสนอข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในราชอาณาจักร ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นและการส่งต่อข้อมูล หากเป็นการส่งต่อหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง อาจถูกดำเนินคดีในการฝ่าฝืน พ.ร.ก ฉุกเฉิน จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งอยากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานในการแสดงความคิดเห็นที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิดด้วย