เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เปิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง รัฐช่วยจ่ายสูงสุดคนละ 3,000 บาท

โครงการนี้เปิดให้ร้านค้าหาบเร่แผงลอยลงทะเบียนไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการร้านค้าสมัครเข้าร่วมแล้ว 236,648 ร้านค้า โดยทางร้านจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า

ขณะที่วันนี้ (16 ต.ค.) เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. โดยผู้ที่จะลงทะเบียนรับสิทธิต้องโหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไว้ในโทรศัพท์มือถือก่อน และต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

มาดูเงื่อนไขของการใช้สิทธิตามโครงการนี้ อย่างที่บอกไปว่าเป็นวิธีการร่วมจ่าย โดยภาครัฐจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง ผู้ได้รับสิทธิจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้รับ 150 บาทต่อคนต่อวัน แต่รวมแล้วตลอดโครงการต้องไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน และที่ต้องย้ำก็คือ เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันศุกร์หน้า 23 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคมนี้ เฉพาะเวลา 06.00 - 23.00 น. ในแต่ละวันเท่านั้น ถ้าใช้ไม่หมดวันละ 150 บาท จะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้ เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ โดยจะคำนวณใหม่ตอน 06.00 น. ทุกวัน และจะต้องใช้กับร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น ยกเว้นการซื้อลอตเตอรี่, บุหรี่, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญ ถ้าผู้ลงทะเบียนไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS ยืนยันจะถูกตัดสิทธิ

โดยโครงการนี้ จำกัดจำนวน 10,000,000 สิทธิ หรือจนกว่าจะหมด และผู้ได้รับสิทธิโครงการ “คนละครึ่ง” จะไม่ได้รับสิทธิโครงการ “ช้อปดีมีคืน”

สำหรับวิธีการใช้จ่ายกับร้านค้า เมื่อได้รับสิทธิแล้ว สามารถเติมเงินโดยการโอนเงินไปยังแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องโอนครั้งเดียว 3,000 บาท เช่น ต้องการจ่ายค่าอาหาร 200 บาท ต้องมีเงินในแอปฯ “เป๋าตัง” อย่างน้อย 100 บาท เพื่อสแกนจ่ายเงินกับร้านค้าที่มีแอปฯ “ถุงเงิน” โดยรัฐจะช่วยจ่ายให้ร้านค้าอีก 100 บาท หรือถ้าจะจ่ายค่าสินค้า 400 บาท รัฐจะร่วมจ่ายให้ร้านค้า 150 บาทตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละวัน และผู้ได้รับสิทธิจะต้องมีเงินในแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อสแกนจ่ายเงินอีกอย่างน้อย 250 บาท

และเมื่อสักครู่นี้พูดถึง “ช้อปดีมีคืน” แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน

โดยผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องลงทะเบียน สามารถซื้อสินค้าตามร้านค้าต่าง ๆ ได้ ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ สลากกินแบ่งรัฐบาล น้ำมัน ค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบิน โดยขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบมาเป็นหลักฐานในการยื่นแบบภาษีเงินได้ เพื่อลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคมนี้

โดยผู้ที่มีเงินได้ต่อปีไม่เกิน 150,000 บาท จะไม่ได้รับการคืนเงินภาษี เพราะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่มีเงินได้สุทธิต่อปีตั้งแต่ 150,001 - 300,000 บาท อัตราภาษีเงินได้อยู่ที่ร้อยละ 5 กลุ่มนี้จะได้รับเงินคืนสูงสุด 1,500 บาท ส่วนผู้ที่มีเงินได้สุทธิต่อปี 300,001 - 500,000 บาท ได้รับเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท เงินได้ต่อปี 500,001 - 750,000 บาท ได้รับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาท โดยเงินคืนภาษีที่ได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามเงินได้สุทธิของแต่ละคน