ข่าวดึก 7HD

สพฐ. สั่งสถานศึกษาทุกแห่งสอดส่องพฤติกรรม และดูแลความปลอดภัยนักเรียน

เรื่องนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. กล่าวว่า ปีนี้ ระบบการศึกษาไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องเปิดเรียนช้า นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้เข้าเรียนได้ไม่เต็มที่

และในช่วงนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมการนัดชุมนุมหลายเวที จึงอยากให้นักเรียนที่ไปร่วมกิจกรรม บริหารจัดการตารางเรียนให้ดี เพราะหากมีชั่วโมงเรียนไม่พอ งานส่งไม่ครบ อาจทำให้หมดสิทธิในการสอบ และสุดท้ายอาจมีความเสี่ยงเรียนไม่จบ

เบื้องต้น สพฐ.ได้ประชุม Conferance ร่วมกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขต รวมถึงผู้บริหารโรงเรียน ให้มีมาตรการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยให้โรงเรียนประสานความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายในโรงเรียน ทั้งกลุ่มผู้ปกครอง กลุ่มสภานักเรียน ให้ช่วยกันสอดส่องนักเรียนที่ไปเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันตราย รวมถึงจะได้ช่วยกันย้ำเตือนเรื่องของการเรียน ให้เรียนจบตามปีการศึกษา

เลขาฯ สพฐ.บอกด้วยว่า การแสดงออกทางการเมือง สามารถทำได้ แต่ที่ห่วงคือเรื่องความปลอดภัย และชั่วโมงเรียน ซึ่งการวางเครือข่ายในโรงเรียนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ก็เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนเอง

ส่วนโรงเรียนที่ต้องปิดเรียนชั่วคราว จากการจัดกิจกรรมชุมนุม หากพบว่าชั่วโมงเรียนไม่พอ ก็ให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ประเมินสถานการณ์ แต่ตัดสินใจได้เลย โดยจะเปิดวันเรียนชดเชย หรือ จะให้เรียนออนไลน์ ก็ให้ดูตามความเหมาะสมของโรงเรียนนั้นๆ

สำหรับการแสดงออกทางการเมืองของนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้โรงเรียนเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นโดยไม่ปิดกั้น เพื่อสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียม หรือ จะส่งมาที่ สพฐ. ก็ได้ โดยจะมีการส่งความเห็นทั้งหมดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาต่อไป

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ประชาชนทุกกลุ่ม และผู้ชุมนุมที่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐในการยุติการชุมนุม

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพื่อความสงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังมีการชุมนุมเมื่อช่วงหัวค่ำ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อบังคับใช้กฎหมายด้วยความเหมาะสม ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ ได้ดำเนินการโดยใช้อุปกรณ์และขั้นตอนตามหลักสากลทุกประการ โดยขั้นแรกเป็นการประกาศขอความร่วมมือมวลชนให้ยุติการชุมนุมและถอยออกจากพื้นที่ แต่หลังจากที่ไม่เป็นผลสำเร็จ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการฉีดน้ำผสมสีที่ไม่เป็นอันตราย เพื่อยืนยันตัวตนของกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม

ทั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับอย่างหนักแน่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมในทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม ท่านนายกรัฐมนตรีขอย้ำ รัฐบาลพร้อมที่จะทำให้สังคมกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และนำความสงบสุขกลับมาสู่ประเทศ และเดินหน้าแก้ปัญหาที่เป็นทางออกของทุกฝ่ายร่วมกันภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปด้วยกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง