สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

นายกฯ ขอหลีกเลี่ยงการชุมนุมและเร่งคืนความสงบ

โดยผู้นำรัฐบาลอย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งยุติการชุมนุมแยกปทุมวัน เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายกว่าเดิม หรือ ปลุกปั่น บิดเบือนข้อมูล เพื่อหวังผลทางการเมือง และ ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ตามหลักสากล ไม่ใช่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ชุมนุมอย่างสูงสุด จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกฝ่าย ให้หลีกเลี่ยงการร่วมชุมนุม และ ไม่ทำผิดกฎหมาย ก่อนย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลจะเร่งนำความสงบเรียบร้อยกลับสู่บ้านเมืองโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงและกังวลต่อการสลายการชุมนุม แม้ว่าการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร เป็นการชุมนุมที่ต้องห้ามตามข้อกำหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ แต่ยังไม่ปรากฏลักษณะ ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรง จนถึงขั้นให้รัฐบาลต้องตัดสินใจใช้มาตรการสลายการชุมนุม ซึ่งเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องรัฐบาล ไม่ควรใช้มาตรการที่รุนแรงในการสลายการชุมนุมโดยสงบ บังคับใช้กฎหมายโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานบางประการ ที่ไม่สามารถละเมิดได้ของผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน คำนึงถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ไทยเป็นภาคี ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารที่สร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง ดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น และ ใช้ความอดทนอดกลั้น เพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างสันติ

ด้าน สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย ในการขอพื้นที่ชุมนุมดังกล่าว และ ขอร้องเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พึงระลึกว่าผู้ชุมนุมเป็นคนร่วมชาติ มิได้มีความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ หากเป็นการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ควรปฏิบัติต่อผู้ชมด้วยขันติธรรมและเมตตาธรรม

ส่วนฟากฝั่งวิชาการ ทั้งคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ต่างดาหน้าออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติต่อประชาชนผู้ชุมนุมโดยสันติวิธี ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ไม่สร้างเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ขณะที่ทางรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งพิจารณาทบทวนท่าที และแนวทางสื่อสารกับสังคมในปัจจุบัน พร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างเต็มที่ รวมทั้งเปิดการเจรจาพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ผ่านพื้นที่สาธารณะ ที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้อย่างสันติและปลอดภัย เพื่อหาทางออกจากวิกฤติโดยไม่มีความรุนแรงและความสูญเสียเกิดขึ้น