ข่าวภาคค่ำ

ตำรวจอายัดตัว เพนกวิน-รุ้ง ดำเนินคดีต่อ หลังถูกปล่อยตัว

แกนนำเยาวชน 2 คน ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้ว แต่ก็ถูกตำรวจนำหมายจับไปอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อ        

ตั้งแต่เช้า ทนายความของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ นายณัฐชนน ไพโรจน์ แกนนำกลุ่มเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีข้อหาขึ้นเวทีปราศรัยในลักษณะยุยงปลุกปั่น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ก็ได้ไปติดต่อขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยใช้ตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นหลักประกัน และศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวได้ 

แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม ได้ไปขออายัดตัว นายพริษฐ์ และ นางสาวปนัสยา ตามหมายจับในคดีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และที่สนามหลวง และยังมีตำรวจจาก สภ.เมืองร้อยเอ็ด ไปแจ้งข้อหากับ นายพริษฐ์ ในคดีชุมนุมปราศรัยที่บึงพลาญชัย เมื่อต้นเดือนกันยายน แต่ไม่มีการขออายัดตัว จากนั้นในช่วงบ่าย ตำรวจก็ได้นำตัว นายพริษฐ์ และ นางสาวปนัสยา ออกจากเรือนจำ ไปควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อรอนำตัวไปฝากขังในคดีใหม่ต่อไป ส่วน นายณัฐชนน ซึ่งไม่มีข้อหาอื่นติดตัว ก็ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำไป

ส่วนการดำเนินการกับสื่อที่นำเสนอข่าวการชุมนุมของคณะราษฎร ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าข้อมูล​อันเป็น​เท็จ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ วันนี้ ตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็แถลงคำสั่งของศาลอาญา ให้ปิดทุกแพลตฟอร์มในสื่อออนไลน์​ของสำนักข่าว Voice TV ซึ่งหลังจากนี้ จะส่งคำสั่งศาลไปยังสำนักข่าวดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามคำสั่งของศาล อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Voice TV ยังสามารถเปิดบัญชีสื่อออนไลน์ใหม่เพื่อนำเสนอข่าวสารได้ แต่ต้องทำตามกฎหมาย นอกจากนี้ ศาลยังได้สั่งปิดบัญชีเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, เว็บไซต์ และเทเลแกรมอีก 62 บัญชี ที่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่นด้วย

ขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า หากจำเป็นต้องปิด หรือระงับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ก็จะทำเป็นรายกรณีไป เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเมิดสิทธิของใคร แต่สื่อมวลชนต้องระวังไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น