สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : สรุปเหตุการณ์การชุมนุม 21 ตุลาคม

เมื่อวานนี้ก็เป็นอีกวันที่มีการชุมนุมทางการเมือง แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าจะมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" เกิดขึ้นด้วย ซึ่งบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่ว่านี้จะเป็นอะไร เราจะไปไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดกันอีกครั้ง กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ มีการนัดหมายให้ผู้ชุมนุมไปรอพร้อมกันที่สถานีรถไฟฟ้าตั้งแต่เวลา 14.00 น. ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็มีประกาศออกมาว่า นัดหมายให้ไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งต่อมาประมาณ 15.30 น. รถไฟฟ้าบีทีเอส ก็แจ้งหยุดให้บริการชั่วคราว 4 สถานีทันที ระหว่างนั้นก็มีการจัดกิจกรรมขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในหลายสถานที่ เช่น ที่ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ และที่ลานพ่อขุนรามคำแหง ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งในจุดนี้ก็เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม ที่ไปจัดกิจกรรมในเวลาไล่เลี่ยกัน จนตำรวจต้องเรียกระดมกำลังเข้าไประงับสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย จึงควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้

ส่วนการชุมนุมกลุ่มหลักที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก็มีการประกาศเคลื่อนขบวนในเวลา 17.30 น. มีเป้าหมายไปจัดกิจกรรมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยผู้ชุมนุมยังจัดทำป้ายผ้าใบขนาดใหญ่เป็นเครื่องมือสื่อสารในการเคลื่อนขบวนด้วย ขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ถนนพญาไทเป็นเส้นทางหลัก ตั้งเป้าหมายจะเลี้ยวเข้าทำเนียบรัฐบาลผ่านไปทางถนนศรีอยุธยา แต่ปรากฏว่ามีคนไปถือป้ายแสดงข้อความไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ชุมนุม จนทำให้เคลื่อนขบวนไปต่อได้ลำบาก และเกิดการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย จึงต้องเปลี่ยนไปใช้ถนนเพชรบุรี มุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาลแทน

กระทั่งเมื่อเวลา 19.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไปเจอกับแนวป้องกันพื้นที่ของตำรวจ ที่ตั้งรั้วลวดหนามพร้อมแบริเออร์ที่แยกอุรุพงศ์ ระหว่างนั้นก็มีตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเจรจาต่อรอง ขอไม่ให้ตำรวจใช้ความรุนแรงและขอให้เปิดทาง จนเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที กลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มแจกอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวก แว่นตา เสื้อกันฝน และมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนพังแนวรั้วลวดหนาม เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่เล็กน้อย มีการประกาศขออย่าใช้ความรุนแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยอมถอยร่นเพื่อลดการปะทะ

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมก็เคลื่อนขบวนไปถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ตั้งแนวป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง มีการนำรถเมล์ปิดทางข้ามสะพานชมัยมรุเชฐไว้ ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มทยอยเข้าพื้นที่จนเต็มถนนพิษณุโลก โดยมีแกนนำผู้ชุมนุมปีนขึ้นไปบนรถเมล์ พร้อมประกาศว่าจะยอมถอยหลัง 1 ก้าว โดยขอให้นายกรัฐมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งได้ทำหนังสือลาออกมามอบให้ด้วย

ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนเพื่อรับหนังสือข้อร้องเรียนจากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทางแกนนำได้ยื่นหนังสือให้ พร้อมประกาศจุดยืน 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง, เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันฯ พร้อมกับขอให้มีการปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมด้วย ก่อนที่แกนนำจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 21.45 น.

หลังยุติการชุมนุมไปได้ประมาณ 30 นาที ตำรวจกองปราบปราม ได้นำหมายศาลเข้าจับกุม "มายด์" แกนนำกลุ่มชุมนุม ตามหมายจับของศาลแขวงปทุมวัน ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ภายในซอยราชวิถี 3 ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ตำรวจได้ควบคุมตัว มายด์ นำส่งกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ตชด.ภาค 1 ระหว่างการดำเนินคดีที่ไปร่วมการปราศรัยที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ มายด์ เคยถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อหา จากการจัดกิจกรรมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ได้ไปรายงานตัวและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา