เช้านี้ที่หมอชิต

ประมวลภาพ คณะราษฎร 2563 บิกเซอร์ไพรส์ เดินขบวน อนุสาวรีย์ชัยฯ - ทำเนียบรัฐบาล

เช้านี้ที่หมอชิต - เกาะติดสถานการณ์ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ชุมนุมคณะราษฎร 21 ตุลาคม 63 ก่อนบิกเซอร์ไพรส์ ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

วานนี้ (21 ต.ค) กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้โพสต์ข้อความนัดหมายว่า ในเวลา 14.00 น. เพื่อขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนทางการเมืองพร้อมกันที่สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง

ก่อนจะมีการประกาศจุดชุมนุม บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าเดอะมอลล์ บางกะปิ และลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก โดยจุดหลักอยู่ที่อนุสาวรีย์ฯ ในเวลา 16.00 น. ซึ่งเคยมีการนัดหมายชุมนุมกันมาแล้ว โดยทางแกนนำมีการส่งข้อความให้ผู้ร่วมชุมนุมทุกคนเตรียมตัว พกอุปกรณ์ที่จำเป็นในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

กระทั่ง 16.00 น. กลุ่มผู้ชมนุม ที่มีทั้งนักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้มารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ฯ และเริ่มทยอยลงมารวมตัวกันบนพื้นผิวการจราจรจนเต็มพื้นที่ ก่อนที่กลุ่มแกนนำจะประกาศข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ ต้องการให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับตัวดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้

กระทั่ง 17.00 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศกิจกรรมเตรียมเคลื่อนพล ในเวลา 17.30 น. โดยให้กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแถวที่ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปแยกพญาไท

17.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุม ได้พากันเคลื่อนขบวนไปทางถนนพญาไท  เพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลก่อนจะพบว่ามีตำรวจควบคุมฝูงชนมาตั้งด่านกั้น บริเวณเส้นทางสำคัญ ที่จะมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล

กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาบริเวณแยกศรีอยุธยา ซึ่งห่างจากทำเนียบรัฐบาลประมาณ 2 กิโลเมตร หน้ากระทรวงการต่างประเทศ ตำรวจควบคุมฝูงชนได้วางรั้วลวดหนาม และแนวกั้น เป็นด้านหน้า และตรึงกำลังตั้งแถว นอกจากนี้ด้านหลังยังมีการนำรถประจำทางจอดขวางทาง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องเปลี่ยนเส้นทางไปรวมตัวกันบริเวณแยกอุรุพงษ์ ซึ่งจุดนี้กลายเป็นจุดที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากทุกเส้นทางมารวมตัวกันมากที่สุด และจุดนี้มีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน ตั้งแนวกั้นอยู่บริเวณสะพานข้ามแยก

จนทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้ากัน ตำรวจควบคุมฝูงชน พยายามประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่าพังแนวกั้น ซึ่งแกนนำผู้ชุมนุมก็ได้เข้าเจรจาเพื่อขอเปิดเส้นทาง แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่แนวหน้าต่างพากันใส่หมวกกันน็อก เสื้อกันฝนและถือร่มตั้งแถวหน้ากระดานเผชิญหน้ากับตำรวจ

กระทั่งสุดท้าย 19.44 น. มีกลุ่มผู้ชุมนุมอีกจำนวนหนึ่งรวมตัวกันอ้อมไปประกบทางด้านหลังแนวตำรวจที่แยกอุรุพงษ์ จนแนวตำรวจต้องถอนกำลัง จนทำให้ผู้ชุมนุมสามารถพังแนวกั้นและเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล

กระทั่ง 20.00 น. หัวขบวนของผู้ชุมนุมมาถึงแยกยมราช ผ่านแนวตำรวจตรงทางขึ้นทางด่วน โดยไม่มีการปะทะ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเดินเท้าไปต่อไปที่แยกนางเลิ้งมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยตลอดเส้นทางมีการ์ดของผู้ชุมนุมพยายามจัดระเบียบ ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินไปต่อจนถึงบริเวณแยกพาณิชยการ ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งบริเวณนี่เป็นจุดสำคัญที่ตำรวจมีการวางกำลังไว้เข้มงวดที่สุดโดยเฉพาะบริเวณด้านหน้า ก่อนขึ้นสะพานชมัยรุเชฐ ได้นำรถประจำทางมาจอดขวางทางขึ้นสะพานไว้ 2 คัน และหลังรถประจำทางเป็นแนวรั้วลวดหนามจากนั้นเป็นแนวกั้นของตำรวจและรถฉีดน้ำแรงดันสูง

ผู้ชุมนุมได้ปักหลักกดดันที่บริเวณนี้ โดยแกนนำได้ขึ้นไปยืนบนรถประจำทาง พร้อมชูป้ายสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้ชุมนุมจะให้ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก และต่อมาแกนนำได้ขอเข้าไปเจรจาเพื่อขอยื่นหนังสือดังกล่าว

กระทั่ง 21.30 น. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตัวแทนของรัฐบาล ได้ปีนข้ามรั้วลวดหนามบนสะพานชมัยมรุเชฐ ออกมารับหนังสือจากแกนนำผู้ชุมนุมที่ต้องการส่งถึงนายกรัฐมนตรี โดยแกนนำมีการอ่านเนื้อหาในหนังสือ จากนั้นจึงประกาศยุติการชุมนุม

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. ให้นายกฯ ลาออก 2.รัฐบาลต้องไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่เรียกร้อง และ 3.ปล่อยแกนนำที่ถูกจับ และระบุว่า จะพักการชุมนุมไปก่อน 3 วัน เพื่อให้เวลาในการตัดสินใจของรัฐบาล หากนายกฯ ไม่ลาออก จะเจอกับการชุมนุมใหญ่อีกครั้งที่หนักกว่าเดิม