เช้านี้ที่หมอชิต

สาวคลั่ง รัดคอ-กัดหูโชเฟอร์แท็กซี่อ้างโมโหขับอ้อม-แม่วอนเห็นใจ ไม่มีเงินชดใช้

เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้าเหตุผู้โดยสารสาวคลั่งใช้สายสะพายกระเป๋ารัดคอ ก่อนกัดหูโชเฟอร์แท็กซี่ จนรถเสียหลักตกคูน้ำข้างทาง โดยฝ่ายโชเฟอร์เรียกค่าเสียหายเกือบ 100,000 บาท ขณะที่แม่ของหญิงผู้ก่อเหตุต้องยอมให้ลูกถูกดำเนินคดี เพราะไม่มีเงินชดใช้ให้

จากกรณีผู้โดยสารสาว อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้สายกระเป๋าสะพายรัดคอ นายประสิทธิ์ โพธิ์แก้ว โชเฟอร์แท็กซี่ จนรถเสียหลักตกคู่น้ำริมถนน 345 อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ต่อมาตำรวจได้เข้าระงับเหตุและควบคุมตัวหญิงดังกล่าวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก

โดยนายประสิทธิ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ กำลังขับรถเพื่อตระเวนรับผู้โดยสาร กระทั่งขับมาถึงบริเวณหน้าวัดสวนแก้ว อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี มีตำรวจนายหนึ่งมาโบกรถของเขา และบอกให้ไปส่งผู้โดยสารสาวคนดังกล่าว ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไม่รับขึ้นรถ เพราะสังเกตท่าทางเหมือนกับคนเมา แต่เห็นว่าตำรวจเป็นคนโบกรถให้ จึงรับขึ้นรถมา

เมื่อขึ้นรถมาแล้ว ผู้โดยสารสาวก็บอกว่าให้ไปส่งที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยระหว่างทางเธอนั่งเงียบมาตลอด กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ ๆ ผู้โดยสารสาวก็ตะโกนขึ้นมาว่า "อย่าอยู่เลย  สมควรตาย" ก่อนจะเอาสายสะพายกระเป๋ามารัดคอเขาและกระชากอย่างแรง เคราะห์ดีที่ขณะนั้นเขาคอยมองกระจกหลังสังเกตอยู่ จึงกัดไปที่มือของผู้โดยสาร และใช้มือกระชากแขนออก

แต่ผู้โดยสารยังคลุ้มคลั่ง กัดเข้าที่หูซ้ายของเขา ซึ่งขณะที่ต่อสู้กันอยู่บนรถเขาเริ่มหายใจไม่ออกเพราะถูกสายสะพายกระเป๋ารัดคออยู่ จากนั้นรถก็เสียหลักตกลงไปในคูน้ำข้างทาง เคราะห์ดีที่มีคนมาช่วยไว้ทัน

หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้คุมตัวหญิงที่ก่อเหตุไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก เธอให้การอ้างว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะโมโหโชเฟอร์คนดังกล่าวที่ขับรถอ้อมเส้นทาง จนมิเตอร์ค่าโดยสารแพงกว่าปกติ ทั้งที่ยังไปไม่ถึงที่หมาย พร้อมยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุได้เสพยาเสพติดมาด้วย จึงทำให้คุมสติไม่อยู่ ลงมือก่อเหตุ

ขณะที่นายประสิทธิ์ก็ได้เดินทางมาที่โรงพัก เพื่อเจรจากับแม่ผู้ก่อเหตุเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากรถแท็กซี่ของเขาจมน้ำ ไม่สามารถใช้งานได้ เบื้องต้นคาดว่าค่าซ่อมน่าจะประมาณ 80,000 บาท ซึ่งหากคู่กรณียอมชดใช้ ก็จะไม่แจ้งความดำเนินคดี

ด้านแม่ผู้ก่อเหตุเผยว่า ลูกสาวมีอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทย มีลูกสาวที่ต้องเลี้ยงดูอีก 2 คน ในแต่ละเดือนลูกสาวจะเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งค่ากิน ค่าเทอม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนกระทั่งมาเกิดโรคโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปนวดที่ร้านนวดในประเทศมาเลเซียได้ ต้องมารับจ้างนวดตามร้านนวดแผนไทยทั่วไป จึงเกิดความเครียดสะสมเพราะหาเงินได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย เธอในฐานะคนเป็นแม่ก็อยากจะขอความเมตตาให้โชเฟอร์แท็กซี่เห็นใจ อภัยให้ลูกสาวของเธอด้วย และหากจะดำเนินคดี ก็คงต้องปล่อยให้ลูกติดคุก เพราะเธอไม่มีเงินชดใช้ให้