เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เร่งผลักดันน้ำจากเขื่อนพิมาย ทำบ้านเรือน – นาข้าวท้ายเขื่อนถูกน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา วันนี้ (22 ต.ค.) มวลน้ำจากลำน้ำมูลได้เอ่อท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนพิมายยังสูง ทางเขื่อนต้องยกประตูระบายน้ำขึ้นทุกบาน และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากเหนือเขื่อนให้เร็วที่สุด เพราะยังมีมวลน้ำจากลำน้ำสาขาลำพระเพลิง และลำตะคอง ไหลมาลงสมทบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพิมาย ด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ได้นำอิฐบล็อกมาก่อเป็นกำแพงกั้นน้ำหน้าบ้าน หลังได้รับทราบประกาศแจ้งเตือนน้ำท่วมจากส่วนราชการ เพื่อป้องกันไม้ให้น้ำหลากเข้าท่วมทรัพย์สินเสียหายเหมือนน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2553

ส่วนที่อำเภอโชคชัย ยังมีมวลน้ำไหลลงมาจากอำเภอปักธงชัย ท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือน โดยเฉพาะถนนสาย 224 โชคชัย – ครบุรี - เสิงสาง มีน้ำท่วมหลายจุด บ้านเรือนได้รับผลกระทบแล้ว 200 หลังคาเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพราะยังมีน้ำมูลเอ่อขึ้นมา และมีน้ำบางส่วนไหลเข้ามาหนุนน้ำที่มาจากลำพระเพลิง ทำให้น้ำไหลลงลำน้ำมูลได้น้อยและช้า

ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มวลน้ำยังทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังมวลน้ำแควหนุมาน ไหลมาจากทางด้านอำเภอนาดี และมวลน้ำแควพระสะทึง จังหวัดสระแก้ว ไหลลงมารวมกับแควพระปรง เข้าท่วมพื้นที่ ประชาชนต้องขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง
ซึ่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านท่าขี้เหล็ก ตำบลกบินทร์ ได้ประสาน อบต.กบินทร์ นำเต็นท์มากางเพื่อเป็นศูนย์อพยพชาวบ้านที่บริเวณลานกีฬาของหมู่บ้าน

ขณะที่มวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดสระแก้ว เข้าท่วมบ้านปากน้ำ ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี ระดับน้ำเริ่มทรงตัว โดยมวลน้ำทั้งหมดทยอยไหลเข้าพื้นที่ตัวตลาดเทศบาลกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นย่านธุรกิจแล้ว

ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีบางจุดถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านนาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านท่าสะท้อน หมู่ที่ 3 และบ้านหนองจอก หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากมวลน้ำในแม่น้ำตาปี ที่ไหลมาจากอำเภอพระแสง เอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง สูงประมาณ 30 - 80 เซนติเมตร และเข้าท่วมไร่นาได้รับผลกระทบประมาณ 400 ไร่