เช้านี้ที่หมอชิต

ประมวลเหตุการณ์หลังประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง

เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) มีการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ทำให้มีความเคลื่อนไหวในด้านต่าง ๆ เราประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์โดยเรียกร้อง ให้ถอยคนละก้าว ใช้สติและปัญญาแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพื่อนำประเทศออกห่างจากปากเหว พร้อมเปิดเผยว่าได้เตรียมยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเร็ว ๆ นี้ 

ซึ่งในวันเดียวกัน (21 ต.ค.) กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ได้รวมตัวจัดบิกเซอร์ไพรส์ เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล ส่งถึงนายกรัฐมนตรี ประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง คือ ให้นายกฯ ลาออก รัฐบาลต้องไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่เรียกร้อง และ ปล่อยแกนนำที่ถูกจับ พร้อมระบุว่าจะพักการชุมนุม 3 วัน เพื่อให้เวลาการตัดสินใจของรัฐบาล

เมื่อวานนี้(22 ต.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้องให้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

ขณะที่ศาลศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดฟังคำสั่งคดีที่ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย, นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวม 6 คน ที่ยื่นฟ้องพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิกถอนประกาศและคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่ง และการกระทำมาใช้กับโจทก์และผู้ชุมนุม พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวโจทก์กับพวกด้วย

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลแล้ว ดังนั้น เหตุแห่งการขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ทั้งหกคนจึงสิ้นสุดลง ยกคำร้องในส่วนนี้ ส่วนคดีที่โจทก์ทั้งหกยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์กับพวก ศาลนัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย วันที่ 19 มกราคม 2564

ส่วนคดีที่ นายวัชระ ยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ กับพวก ศาลพิเคราะห์สำนวนแล้วเห็นว่าประกาศดังกล่าวไม่ได้ออกโดยองค์กรที่เกี่ยวกับฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยได้ ให้ยกคำร้อง ส่วนกรณีขอคุ้มครองชั่วคราว ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 28 ตุลาคมนี้

ขณะที่คดีที่ นายแพทย์ชลน่าน ยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ กับพวกรวม 2 คน ศาลนัดฟังคำสั่งกรณีการขอคุ้มครองชั่วคราว วันที่ 28 ตุลาคมนี้เช่นกัน ซึ่งนายแพทย์ชลน่าน เปิดเผยว่า แม้จะยกเลิกการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงแล้ว แต่ถือว่ามีความผิดในการบังคับใช้ไปแล้ว โดยส่วนตัวไม่ได้กังวลกับการยื่นฟ้องในครั้งนี้ และเชื่อว่าการยกเลิกประกาศของนายกรัฐมนตรี เป็นผลมาจากการยื่นฟ้องครั้งนี้ด้วย พร้อมมั่นใจว่าศาลจะไม่จำหน่ายคดีนี้อย่างแน่นอน

ต่อมา นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้ประกาศนัดจัดกิจกรรมรวมพลังปกป้องสถาบันฯ โดยมีมวลชนสวมเสื้อเหลือง เข้ามารวมตัวที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ร่วมกิจกรรมพร้อมร้องเพลงชาติ โดยไม่มีการปราศรัย หรือการเดินขบวน เพราะไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง

ขณะที่ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ในจังหวัดต่าง ๆ มีประชาชนพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลือง ร่วมชุมนุมแสดงเจตนารมย์ปกป้องสถาบันฯ โดยที่ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเพชรบุรี ได้มอบหนังสือเพื่อแสดงเจตนารมณ์ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี เพื่อธำรงไว้ ซึ่งความสามัคคีของคนในชาติ ส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี

ที่จังหวัดขอนแก่น ชาวอำเภอหนองเรือ รวมตัวกันที่หอประชุมว่าการอำเภอหนองเรือ พร้อมระบุว่ารับรู้ข่าวสารบ้านเมือง แล้วเห็นว่ามีความวุ่นวายเกิดขึ้น รวมถึงมีข้อมูลที่ผิดพลาด ชาวอำเภอหนองเรือ จึงมีมติร่วมกันว่าจะรวมตัวกัน เพื่อแสดงออกในการปกป้องสถาบันฯ ซึ่งถือเป็นการแสดงจุดยืนเพื่อความถูกต้อง

ขณะที่ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก รวมตัวกันบริเวณหน้าอำเภอบางระกำ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ปกป้องสถานบันฯ เช่นกัน

ส่วนประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้พร้อมใจกัน สวมเสื้อสีเหลือง ร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และร่วมส่งหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี

โดยเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ร่วมแถลงถึงมติพรรคแสดง 3 จุดยืน คือ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ช่วยประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญตามกระบวนการรัฐสภา โดยที่ประชุมมีมติให้สมาชิก และ สส.ทุกคนปกป้องสถาบัน และสามารถจัดกิจกรรมในพื้นที่เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี เช่น การสวมเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหว แสดงจุดยืนด้วย

แต่ล่าสุด นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาชี้แจงว่า จากกรณีที่นายสัณหพจน์ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้แถลงข่าวไปว่า พรรคเน้นย้ำถึงเรื่องการสนับสนุนผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองในแต่ละจังหวัดออกมาเคลื่อนไหวนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล โดยได้สอบถามไปยัง เลขาธิการพรรค และประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่า ในที่ประชุมเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ไม่ได้มีมติหรือเน้นย้ำใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ขอบคุณภาพจาก : Facebook พรรคพลังประชารัฐ, ดร.ส้ม พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชา