ข่าวภาคค่ำ

ผู้ชุมนุมปักหลักค้างคืนหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

กลุ่มผู้ชุมนุม ปักหลักค้างคืนหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กดดันรัฐบาลให้ปล่อยเพื่อน 7 คน พร้อมขีดเส้นตายนายกรัฐมนตรีต้องลาออกในวันพรุ่งนี้ (24 ต.ค.) ซึ่งจะครบกำหนด 3 วันที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง หากนิ่งเฉยจะยกระดับการชุมนุมทันที

วันนี้ (23 ต.ค.) ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกัน ปักหลักค้างคืน กางเต็นท์บริเวณริมทางเท้าด้านหน้าเรือนจำทั้ง 2 ฝั่ง และตั้งเวทีปราศัยด้านหน้า พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ยื่นข้อเรียกร้องเป็น 5 ข้อเพิ่มเติม คือ ให้ปล่อยเพื่อนที่ยังถูกคุมขังอยู่ อย่างรุ้ง, เพนกวิ้น, ไมค์ และคนอื่น ๆ รวม 7 คน โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ หากไม่ปล่อยตัวก็จะปักหลักยืดเยื้อต่อไป และอีกข้อ คือ ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ

โดย 1 ในแกนนำที่ขึ้นปราศัย คือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน หลังจากที่วันนี้ศาลอุทธรณ์กลางได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ได้ขึ้นเวทีเชิญชวนให้นักเรียน นักศึกษา ทั่วประเทศหยุดเรียน และร่วมกันขับไล่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยยืนยันจะไม่ยอมถอย พร้อมทั้งย้ำว่าพรุ่งนี้ (24 ต.ค.) นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกจากตำแหน่ง หากไม่ลาออกจะยกระดับการชุมนุมทันที

ส่วนการจราจรบนถนนงามวงศ์วาน ฝั่งหน้าเรือนจำ ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ปิดการจราจร ตั้งแต่เวลาประมาณ 17.45 น. เนื่องจากมีผู้ชุมนุมลงไปอยู่กันเต็มพื้นถนน

ขณะที่ ประชาชนอีกกลุ่ม ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านในหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดแพร่, พิษณุโลก, บุรีรัมย์, ประจวบคีรีขันธ์, กาญจนบุรี, กระบี่, พังงา และนครศรีธรรมราช พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง ออกมาแสดงพลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เคลื่อนขบวนเดินผ่านพื้นที่ชุมชน พร้อมอ่านแถลงการณ์ กล่าวคำปฎิญาณ เทิดทูนสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อแสดงเจตนารมย์ในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบัน และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ต่อต้านการชุมนุม แต่ไม่เห็นด้วยที่มีการจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง