สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ต่างจังหวัดมีการจัดชุมนุมคู่ขนานกับเวทีคณะราษฎรในกรุงเทพมหานคร

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชน มารวมตัวกันที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำป่าสัก ใต้สะพานปรีดีธำรง โดยมีการปราศรัย เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และปล่อยแกนนำที่ยังถูกจับกุม ก่อนจะเดินขึ้นไปบนสะพาน พร้อมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และเปิดแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ทั้งนี้ผู้ชุมนุมยืนยันจะนัดรวมตัวกันอีก ในพื้นที่ต่างๆ ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา หากรัฐบาลยังไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคณะราษฎร

ส่วนที่จังหวัดพิจิตร มีการชุมนุมที่บริเวณบึงสีไฟ เทศบาลเมืองพิจิตร โดยผู้ชุมนุมได้สวมเสื้อโทนสีดำ และผูกโบสีขาว แสดงจุดยืนให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคณะราษฎร

แต่ระหว่างการปราศรัยของแกนนำ มีชายอายุ 52 ปี ลุกขึ้นยืน พร้อมชูธนบัตร หันไปตะโกนใส่แกนนำที่กำลังปราศรัยอยู่ ตำรวจที่ควบคุมสถานการณ์ในขณะนั้น ต้องรีบไปเชิญตัวออกมาจากการชุมนุม เพราะเกรงว่า จะเกิดการยั่วยุ และนำมาสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ได้นำตัวชายคนดังกล่าวไปบันทึกประวัติ ก่อนจะปล่อยตัวไปโดยไม่แจ้งข้อหาใดๆ ส่วนการชุมนุมได้ยุติเวลาประมาณ 18.30 น.

ที่จังหวัดอุดรธานี กลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันที่ลานน้ำพุ ทุ่งศรีเมือง โดยต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีดำ ไปฟังแกนนำที่ตั้งเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล พร้อมกับเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก จากนั้นในเวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเคารพธงชาติ พร้อมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน