ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ตอนที่ 10

เรื่องของหน้ากากอนามัย ยังคงเป็นความต่างที่มีให้เห็นใน 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปติดตามจากคุณ พิชญาภา สูตะบุตร

ช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งผู้นำอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งหายป่วยจากโรคโควิด-19 ยังเมินการสวมหน้ากากอนามัย ขณะที่ นายโจ ไบเดน คู่ชิง ยังคงสวมหน้ากากอนามัยตลอด แม้จะเพียงแค่ออกไปซื้อเครื่องดื่ม "มิลค์เชค" ที่ร้านค้านอกบ้านก็ตาม  

คำพูดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายที่รัฐแอริโซนา ก่อนการดีเบต รอบ 2 ยังคงพยายามแสดงให้ชาวอเมริกันเห็นว่า การสวมหน้ากากอนามัยไม่ใช่สิ่งจำเป็น โดยระหว่างการปราศรัยหาเสียง ทั้งตัวเขา ผู้สนับสนุน และทีมงานของเขาแทบจะไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเลย แม้ว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ ล่าสุด จะพุ่งขึ้นเกือบ 9 ล้านคน และเสียชีวิตไปกว่า 200,000 คนแล้วก็ตาม 

นอกจากนั้น ทรัมป์ ยังกล่าวโจมตีไบเดน คู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตว่า ไบเดน ต้องการล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจเสียหายอย่างหนัก รวมทั้งยังเชื่อฟัง และปฎิบัติตามคำแนะนำของนายแพทย์แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ ที่เขาเรียกว่า ตัวหายนะ อีกด้วย

และการไม่สวมหน้ากากอนามัยของทรัมป์ ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อ นายแพทย์สก็อตต์ แอตลาส หนึ่งในที่ปรึกษาด้านสุขภาพของทรัมป์ ทวีตข้อความว่า หน้ากากอนามัยไร้ประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และยังบิดเบือนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยอีกด้วย จึงทำให้ทางทวิตเตอร์ต้องบล็อกทวีตของนายแพทย์รายนี้ เพราะเป็นการละเมิดนโยบายการไม่แชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือเป็นอันตราย

ขณะที่ สื่อสหรัฐฯ เผยภาพนายโจ ไบเดน ที่ยังคงให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัยไปตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด แม้ขณะออกไปสั่งเครื่องดื่ม "มิลค์เชค" ที่ร้านอาหารข้างทางแห่งหนึ่ง ในเมืองเดอแรม รัฐนอร์ท แคโรไลนา ซึ่งทั้งตัวเขา พร้อมบุตรสาว และผู้ติดตาม ล้วนสวมหน้ากากอนามัยกันทุกคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่แตกต่างของ 2 ผู้ท้าชิงในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้อย่างชัดเจน                

การสวมหน้ากากอนามัย ถือเป็นจุดอ่อน จุดแข็ง และจุดขาย ในการหาเสียงอีกอย่างหนึ่งของการเลือกตั้งครั้งนี้ และยังเป็นปมสร้างความขัดแย้งภายในระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขของสหรัฐอีกด้วย

ส่วนในวันพรุ่งนี้มาติดตามเรื่องความซับซ้อนของระบบการเลือกตั้งสหรัฐฯ ว่าเป็นอย่างไร