สนามข่าว 7 สี

อนุวัตจัดให้ : มิติใหม่ ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ

หลังจากปิดถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ เพื่อจัดระเบียบใหม่ ตอนนี้ ถ้ำนาคา กลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวไปพิสูจน์ความมหัศจรรย์อีกครั้ง ใครจะไปต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ติดตาม อนุวัตจัดให้ ได้เลย

ยังคงถูกกล่าวขานถึงตำนานความเชื่อ และสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ทำให้หินมีลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาค หรือ งูขนาดใหญ่ จนทำให้ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลขึ้นไปพิสูจน์ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ ไม่ขาดสาย

แม้หนทางจะยากลำบากขนาดไหน ก็ไม่อาจขวางกั้นพลังศรัทธา และความเชื่อของนักท่องเที่ยว ตอนนี้ ถ้ำนาคา กลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวขึ้นไปพิสูจน์หินคล้ายพญานาคอีกครั้ง อนุวัตจัดให้ ขอพิสูจน์ถ้ำนาคามิติใหม่

ตามความเชื่อ ก่อนจะขึ้นพิสูจน์ถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวควรไปกราบไหว้ ปู่อือลือ วัดสว่างนารี มีหลายตำนานและเรื่องเล่า บ้างก็ว่า ปู่อือลือ หรือ อือลือราชา มีลูกชายที่แต่งงานกับธิดาพญานาคที่แปลงกายเป็นมนุษย์ ทั้งสองครองรักอยู่ 3 ปี ไม่มีลูก ธิดาพญานาคตรอมใจจนมนต์คลาย กลายร่างเป็นพญานาค อือลือราชา จึงขับไล่ธิดาพญานาคกลับเมืองบาดาล ทำให้พญานาคราชโมโห ยกพลทำลายเมือง พร้อมสาปให้ อือลือราชา เฝ้าบึงโขงหลงคอยช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านจึงมักมากราบไหว้ บนบานสานกล่าวขอให้ประสบความสำเร็จ

ไหว้เสร็จแล้ว ไปถ้ำนาคากันเลย จากบึงโขงหลงเดินทางประมาณ 20 นาที จะถึงทางขึ้นถ้ำนาคา จากเดิมขึ้นได้ 3 จุด ตอนนี้อนุญาตให้ขึ้นทางวัดตาดวิมานทิพย์เพียงจุดเดียวเท่านั้น ก่อนนักท่องเที่ยวจะมา สิ่งสำคัญต้องลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน QueQ ของกรมอุทยานแห่งชาติล่วงหน้า เพราะจำกัดจำนวนคนขึ้น วันละ 350 คน เท่านั้น ลงทะเบียนผ่านถึงจะมาได้ ให้ขึ้นกลุ่มละ 10-12 คน พร้อมไกด์ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อุทยาน ใครมาต้องยืนยันการจองให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและลงทะเบียน รวมทั้งมัดจำขยะก่อนขึ้น

ก่อนขึ้นจะมีข้อควรปฏิบัติ 16 ข้อ เช่น ห้ามจับสัมผัส ขูด ขีด เขียน ส่งเสียงดัง หรือแสดงกริยาไม่สุภาพ ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตั้งจิตขอขมาหากล่วงเกิน ระยะทางจากนี้ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาไปกลับ 4-6 ชั่วโมง ถ้าพร้อมแล้ว ลุยเลย

ทางจะชันขึ้นเรื่อย ๆ ต้อนรับสู่ ประตูหัวเต่า เป็นสัญลักษณ์สำคัญให้รู้ว่า เข้าสู่เมืองบังบด หรือเมืองลับแลแล้ว

จากนี้ไปจะชันขึ้นมากกว่าเดิม เจ้าหน้าที่นำเชือกมาผูกป้องกันอันตราย และอำนวยความสะดวกมากกว่าเดิม สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ ถุงมือ

น้ำดื่ม หรือลูกอมให้รสหวาน จำเป็น ร่างกายจะมีพลังงาน จากจุดนี้คุณผู้ชมจะสังเกตเห็น หินโดยรอบ ๆ จะมีลักษณะคล้ายเกล็ดงู หรือพญานาค ให้พิศวงมากยิ่งขึ้นแล้ว

เริ่มเหนื่อยมากขึ้น แต่ทางก็จะชันมากขึ้นอีก ตอนนี้มีการทำบันไดเหล็กช่วยให้เดินง่าย แต่ก็ต้องก้าวอย่างระมัดระวัง จับให้มั่น

ผ่านประตูเมืองลับแล หรือเมืองบังบดมาเรื่อย ๆ คุณผู้ชมจะเห็นหินที่มีลักษณะคล้ายหัวงูขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า เศียรที่ 3 ใครมามักถ่ายรูปและกราบไหว้ มีการกั้น และห้ามสัมผัส

จากเศียรที่ 3 เดินไปอีกนิด ชาวบ้านยืนดูอะไรกัน จากจุดนี้จะเริ่มสังเกตหินมีลักษณะเป็นลำตัวงู หรือพญานาค ขดไปมา แปลกดี

เดินไปอีก 200 เมตร จะถึงถ้ำนาคาแล้ว

นี่คือ ปากทางเข้าถ้ำนาคา มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก อนุญาตให้ลงทีละกลุ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่และไกด์ท้องถิ่นลงไปด้วย มีข้อบังคับห้ามขูดขีดเขียน หรือสัมผัส

เป็นทางลงแคบ ๆ สังเกตหินดี ๆ ลักษณะจะเป็นเหมือนเกล็ดงู หรือเกล็ดพญานาค ชัดเจนมาก

ดูแล้วเหมือนลำตัวพญานาคขดไปมา เหมือนจนพวกผมก็อึ้งเหมือนกัน

จุดนี้จะพิเศษมากกว่าจุดอื่น เพราะจะมีการติดตั้งกล้อง คอยดูพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ห้ามขูดขีด เขียน หรือสัมผัส หรือทำให้หินเกิดความเสียหาย ไกด์ และเจ้าหน้าที่จะคอยแนะนำข้อควรปฏิบัติ ถือเป็นจุดไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ผสมผสานเรื่องราวของความเชื่อ พญานาค เมืองบังบด หรือเมืองลับแลเข้าด้วยกัน ชาวบ้านเล่าต่อกันมา บางคนเคยหายเข้าไปในเมืองลับแล 3-4 เดือน ถึงจะเดินออกมาได้ ส่วนหินซึ่งมีลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาค จากการตรวจสอบทางธรณีวิทยา พื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขาหินทรายอายุกว่า 70 ล้านปี หรือช่วงท้ายยุคไดโนเสาร์ เนื้อหินมีความหนา มีความพรุนสูง จึงมีผลทำให้เกิดลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค ลำตัวพญานาคคาดว่าเกิดจากการยกตัวของแผ่นดิน ทำให้เกิดรอยเว้าโค้งนูน ส่วนหัวและเกล็ดเกิดจากการขยายตัวและหดตัวของหิน กินเวลายาวนานนับแสนปี หรือที่เรียกว่า ซันแครก มีเวลาถ่ายภาพกลุ่มละประมาณ 15-20 นาที ต้องเดินออก ใครที่ไม่เคยเข้ามาจะสังเกตเห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมรอยขีดเขียนที่คนมือบอนมาเขียนตามจุดต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ออกไปแล้ว

ยังไม่จบ บนภูลังกา ยังมีสิ่งต่าง ๆ ให้เดินสัมผัส ทั้งหลวงปู่วัง ที่สามารถมองเห็นบึงโขงหลง อำเภอเมืองบึงโขงหลง และแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

มีพระธาตุที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านให้เคารพ

ที่สำคัญ ผาใจขาด ไม่อนุญาตให้ยืนถ่ายรูปแล้ว เพราะหินเกิดรอยร้าว อาจเกิดอุบัติเหตุได้

หลายคนคงสงสัย เจอแต่เศียรที่สาม แล้วอีก 2 เศียร อยู่ไหน คำตอบคือ เศียรที่ 1 อยู่ตรงทางลง

นี่ไง เป็นเศียรที่ใหญ่ มีเกล็ดคล้ายงูมาก ปกติจะมีพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน แป้ง ของนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดและป้องกันเอาไว้แล้ว ดูยังไงก็เหมือน ดูจนเพลิน ต่อไปเหนื่อยตอนลงอีก หายสงสัยไหมว่า ทำไมนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลามาก 4-6 ชั่วโมง ส่วนเศียรที่ 2 ต้องเดินอีก 4 กิโลเมตร รอบนี้ไม่ได้ไป

มีถ้ำนาคาแล้ว พรุ่งนี้มาดู ถ้ำนาคี ที่เพิ่งค้นพบกันต่อ