ข่าวในพระราชสำนัก

องคมนตรี ไปติดตามการสนองพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่จังหวัดปราจีนบุรี และนครนายก

ที่โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และคณะ ไปฟังรายงานสรุปการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี, สถานการณ์น้ำภาคตะวันออก, การดำเนินงานสนองพระราชดำริ และผลสัมฤทธิ์ของโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา หนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2521 โดยให้พิจารณาสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ 3 เขื่อน เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรใช้อุปโภคบริโภค และเพาะปลูกได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยสำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนองพระราชดำริ โดยเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซน พร้อมทำนบดินปิดช่องเขาต่ำ 2 แห่ง และระบบส่งน้ำระบายน้ำ ความจุ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 111,300 ไร่ เก็บกักน้ำได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 ปัจจุบันมีปริมาณน้ำประมาณ 228 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งยังช่วยฟื้นฟู รักษาระบบนิเวศน์ของสภาพป่าและทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรมีน้ำอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร และประมง สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ในการนี้ ได้ร่วมปล่อยปลาบริเวณสันอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและเป็นแหล่งทำกินให้แก่ประชาชน

ในตอนบ่าย เดินทางไปติดตามการดำเนินงาน และผลสัมฤทธิ์ของโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริ เมื่อปี 2536 เพื่อให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการเกษตร อุปโภคบริโภค แก้ปัญหาดินเปรี้ยว และบรรเทาอุทกภัย โดยเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สูง 93 เมตร ยาว 2,594 เมตร เก็บกักน้ำได้ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์ 185,000 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอ 15 ตำบล 96 หมู่บ้าน 9,104 ครัวเรือน โดยสำนักงาน กปร. สนับสนุนงบประมาณ และดำเนินงานสนองพระราชดำริร่วมกับกรมชลประทาน จังหวัดนครนายก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการใช้ประโยชน์ และกิจกรรมพัฒนาส่งเสริมอาชีพทั้งในและนอกภาคการเกษตร แก้ปัญหาดินเปรี้ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งผลให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและมีรายได้ดีขึ้น เนื่องจากมีแหล่งน้ำซึ่งเป็นต้นทุนทำการเกษตร และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดิน นอกจากนี้ ยังช่วยผลักดันน้ำเค็ม และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 28 ล้านหน่วยต่อปี ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างรายได้ให้ราษฎรอย่างครบวงจร ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นต้นแบบการพัฒนาตามแนวพระราชดำริในการสร้างประโยชน์และความสุขแก่ประชาชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

จากนั้น ได้ชมนิทรรศการการก่อสร้างและพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อชาวจังหวัดนครนายก ณ อาคารศูนย์เรียนรู้เขื่อนขุนด่านปราการชล รวมทั้งปลูกต้นรวงผึ้งบริเวณสันเขื่อน เพื่อสร้างร่มเงาและรักษาความชุ่มชื้น

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด