ประเด็นเด็ด 7 สี

จเรตำรวจแห่งชาติ เผยพบทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 เกือบทุกกองบัญชาการ

ประเด็นเด็ด 7 สี - จเรตำรวจแห่งชาติ เผยพบการทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 เกือบทุกกองบัญชาการ โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่การเงิน กระทำผิดเป็นรายบุคคล ยันไม่ใช่เครือข่าย ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งให้ดำเนินคดีทุกคน

ความคืบหน้ากรณีตำรวจชั้นผู้น้อยจำนวนหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในทำนองว่าถูกผู้บังคับบัญชาอมเงินเบี้ยเลี้ยง ขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ พลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ออกมายอมรับเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลเป็นไปได้ ที่จะมีการทุจริตเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ใช้สนับสนุนภารกิจของตำรวจ จึงสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้รายงานผลการสอบสวนภายใน 10 วัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา พลตำรวจเอกวิสนุ ได้เป็นประธานการประชุมฟังผลการตรวจสอบปมทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้เงินไม่ครบตามจำนวนที่เบิก หรือไม่ได้รับเบิกตามที่มีการเบิกจ่ายจริง หรือมีการโอนเข้าบัญชีจริง แต่ให้ตำรวจเบิกเงินมาคืน โดยมีตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 เข้าร่วมประชุม

พลตำรวจเอกวิสนุ เปิดเผยว่า พบความผิดปกติ มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบในหลายหน่วยงาน ทั้งระดับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 คือ โอนเงินให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์ หรือโอนให้ผู้มีสิทธิ์แล้วถอนออกมา พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันว่าตำรวจที่ทำงานตั้งด่านต้องได้เงินเต็มจำนวนทุกหน่วย

เมื่อแยกตามความผิดพบว่า มีในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1 พบในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดนนทบุรี, ตำรวจภูธรภาค 3 พื้นที่จังหวัดสุรินทร์, ตำรวจภูธรภาค 4 พื้นที่จังหวัดเลย, จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมหาสารคาม, ตำรวจภูธรภาค 5 พื้นที่จังหวัดเชียงราย, ตำรวจภูธรภาค 8 พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดภูเก็ต, ตำรวจภูธรภาค 9 พื้นที่จังหวัดพัทลุง

จเรตำรวจแห่งชาติ ระบุด้วยว่า ตามระเบียบ กตร. กำหนดเบี้ยเลี้ยงให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกชั้นยศ ชั่วโมงละ 60 บาท ไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน ตามหลักการต้องโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวโดยตรง หากโอนไปบัญชีอื่นถือว่าผิดหมด ผู้ทำผิดส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่การเงินที่กระทำเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เครือข่าย บางแห่งอาจจะทุจริตทั้งจังหวัด บางแห่งเฉพาะโรงพัก กำลังตรวจสอบว่าเป็นการจงใจ หรือเกิดจากข้อผิดพลาด สำหรับในนครบาลต้องดูว่า มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในการชุมนุมหรือไม่ ขณะนี้มีโรงพักร้องเรียนมาไม่ถึง 10 แห่ง ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ร้องเรียนมา แต่ก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด

สำหรับขั้นตอนการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามระเบียบ กตร. กำหนดเวลาทำงานใน 60 วัน หรือเร็วกว่านั้น หากไม่ทันก็ขยายเวลาให้ผู้ถูกกล่าวหา หาเหตุผลมาหักล้าง และตั้งกรรมการตรวจสอบว่าผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งโทษสูงสุดคือสั่งปลดออกจากราชการ ส่วนคดีอาญาก็ต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ