เช้านี้ที่หมอชิต

โคราชยังอ่วม น้ำมูลทะลักท่วมบ้าน - รร. ประชาชนอพยพนอนข้างทาง

เช้านี้ที่หมอชิต - สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ยังไม่คลี่คลาย มวลน้ำจากลำน้ำมูลยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทะลักเข้าท่วมในหลายหมู่บ้าน ประชาชนต้องอพยพหนีน้ำไปนอนข้างทาง 

นี่เป็นภาพมุมสูงมองเห็นมวลน้ำมหาศาลจากลำน้ำมูล ล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ของตำบลท่าช้าง ตำบลพระพุทธ และตำบลช้างทอง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ที่อยู่ลุ่มน้ำมูล โดยพื้นที่แห่งนี้รับมวลน้ำจากอำเภอโชคชัย ซึ่งรับน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงอีกทอดหนึ่ง ก่อนไหลผ่านมาถึงเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 1,000 หลัง ซึ่งระดับน้ำเริ่มทรงตัว แต่ยังท่วมสูง 1 เมตร บางจุดท่วมถึง 1.5 เมตร

โดยเฉพาะที่บ้านตะกุดขอน ตำบลท่าช้าง บ้านเรือน 140 หลัง จมบาดาล ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.5 เมตร มีการอพยพประชาชนมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย บางรายกางเต็นท์นอนข้างทาง และต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน โดยมีทหารนำเรือยนต์ขนาดใหญ่มาไว้คอยลำเลียงสิ่งของและบริการชาวบ้าน ล่าสุดวานนี้ (26 ต.ค.) น้ำในลำน้ำมูลล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อำเภอโชคชัย เฉลิมพระเกียรติ จักราช โนนสูง และพิมาย

ที่อำเภอโนนสูง ปริมาณน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในตำบลลำมูล ราว 500 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 2,000 คน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำไหลหลากเข้าท่วมถนนกลางหมู่บ้าน บ้านหนองโจด และโรงเรียนบ้านหนองโจด สูงประมาณ 20 เซนติเมตร และมีแนวโน้มว่าจะท่วมสูงขึ้นอีก

ขณะที่ตำบลทองหลาง อำเภอจักราช มีมวลน้ำจากลำน้ำมูลที่ไหลต่อเนื่องมาจากอำเภอปักธงชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ เบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 20 หลัง เส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอจักราช และอำเภอโนนสูง ถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ จึงเตรียมประกาศอพยพประชาชน ถ้าหากมีความจำเป็น

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ว่า จะระบายน้ำออกจากเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิง ลงลำน้ำธรรมชาติ เพื่อเตรียมรับพายุลูกใหม่ ไต้ฝุ่นโมลาเบ ที่จะเคลื่อนตัวลงทะเลจีนใต้ ทำให้ไทยได้รับผลกระทบในวันที่ 28-29 ตุลาคมนี้

โดยน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนจะไหลลงคลองธรรมชาติ และส่งผลให้ลำน้ำสาขามีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยมวลน้ำทั้งหมดจะไหลไปที่ลำน้ำมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งลำน้ำ และพื้นที่ริมตลิ่งในเขตลุ่มน้ำลำตะคอง ลำเชียงไกร ลำบริบูรณ์ ลำพระเพลิง และลำน้ำมูล

จึงขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และจัดเวรเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์ หากพบว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในพื้นที่ ให้สั่งอพยพประชาชนไปยังจุดอพยพที่ได้จัดเตรียมไว้