ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ตอนที่ 13

ช่วงนี้ไปติดตามสถานการณ์หาเสียงเลือกตั้งในสหรัฐฯ กับคุณพิชญาภา สูตะบุตร กัน

เหลือเวลาอีกเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ก็จะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่างเร่งหาเสียงกันอย่างเข้มข้น โดย ทรัมป์ เลือกลงพื้นที่ในรัฐ สวิง สเตท ส่วน ไบเดน บุกไปถึงรัฐฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินหน้าหาเสียงในรัฐ สวิง สเตท โดยขึ้นปราศรัยที่รัฐเนแบรสกา และอีก 2 รัฐ ที่เคยกวาดคะแนนมาได้ในการเลือกตั้งปี 2016 คือ รัฐมิชิแกน และวิสคอนซิน พร้อมชูประเด็นเศรษฐกิจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญต่อการอยู่รอดของเศรษฐกิจชาวอเมริกัน และหาก นายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้ง เศรษฐกิจจะตกต่ำแน่นอน

ขณะที่ โจ ไบเดน ลงพื้นที่หาเสียงที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกัน โดยโจมตีทรัมป์ หลังทำเนียบขาวประกาศยอมแพ้ต่อการควบคุมโรคโควิด-19 พร้อมย้ำว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลทรัมป์ ไม่เคยพยายามจัดการกับโรคระบาดนี้อย่างจริงจัง

ล่าสุด มีสถิติผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ามากกว่า 71 ล้านคนแล้ว ทำให้คาดการณ์ว่าอาจต้องใช้เวลานานหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ เพื่อนับผลคะแนนเลือกตั้งที่ส่งผ่านระบบไปรษณีย์

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกระบวนการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน และเสียงของประชาชนไม่ใช่เสียงที่จะชี้ว่าใครจะได้เป็นผู้นำคนต่อไป

การออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของชาวอเมริกันในวันที่ 3 พฤศจิกายน หรือตรงกับเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายนในบ้านเรา ไม่ได้เป็นการลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีของชาวอเมริกันโดยตรง เพราะตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเลือกผ่าน "คณะผู้เลือกตั้ง" หรือ "อีเล็กทรอรอล คอลเลจ" เท่านั้น

ถามว่า "คณะผู้เลือกตั้ง" เป็นใคร ก็เป็นคนที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนในแต่ละรัฐ เพื่อเข้าไปโหวตเลือกประธานาธิบดีแทนคนในรัฐนั้น โดยผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ "คณะผู้เลือกตั้ง" นั้น ต้องไม่มีตำแหน่งทางการเมือง เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญต้องให้คำมั่น รักษาสัญญาใจกับประชาชนในรัฐนั้น ๆ ว่าจะยกมือโหวตเลือกประธานาธิบดีจากพรรคที่ประชาชนโหวตเลือกมากที่สุด ที่เรียกว่า "วินเนอร์ เทค ออล" หรือผู้ชนะได้ไปทั้งหมด ทั้งนี้แต่ละรัฐจะมีคณะผู้แทนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร จำนวน สส. และ สว. ซึ่งเมื่อรวมทุกรัฐทั่วประเทศ จะมีคะแนนเสียงทั้งหมด 538 เสียง ผู้ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากคณะผู้เลือกตั้ง อย่างน้อย 270 เสียง

ดังนั้น หากผู้สมัครชิงประธานาธิบดีคนใดคนหนึ่ง ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชน หรือคะแนน ป็อบปูลา โหวต มากกว่า แต่ไม่ชี้ขาด ก็ใช่ว่าจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 เนื่องจากอีกฝ่ายอาจมีโอกาสได้คะแนนจาก อีเลกทรอรอล โหวต ของคณะผู้แทนมากกว่า และพลิกกลับเป็นผู้ชนะเลือกตั้งได้

ปกติการนับคะแนน ป็อบปูลา โหวต จะทราบผลภายในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังปิดหีบเลือกตั้ง แต่เนื่องจากปีนี้เจอกับวิกฤตโควิด-19 อาจทำให้การนับคะแนนต้องใช้เวลานานหลายวัน หรือหลายสัปดาห์

ส่วนปิดท้ายวันนี้เรามีสีสันการหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เขาถูกจับได้ว่า "แกง"

ลีลาการโยนหมวกแจกผู้มาฟังการหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เบาเลยทีเดียว และเหมือนจะไปได้ดี ถ้าไม่ถูกจับได้หลังโชว์วิสัยทัศน์เอาใจคนอเมริกันว่า จะขนสินค้ามาผลิตภายในประเทศให้เป็น "เมดอินยูเอสเอ" ทั้งหมด โดยมีมือดีพลิกหมวกที่ได้รับแจกเห็นเป็นป้ายเมดอินไชน่าแบบจะ ๆ จนทำให้เกิดคลิปล้อเลียนตามภาพที่เห็น