สนามข่าว 7 สี

ศาลสั่งจำหน่ายคดี เพนกวิน ละเมิดอำนาจศาล เเค่ตักเตือน

ศาลสั่งจำหน่ายคดี "เพนกวิน" ละเมิดอำนาจศาล เเค่ตักเตือน หลัง "ทนายอานนท์" และทีมทนายความเเถลงขออภัยจากกระทำการไปเพราะสำคัญผิด ไม่มีเจตนารบกวนการพิจารณาคดี ซึ่งทางศาลก็ไม่ติดใจ

วันนี้ ศาลอาญานัดไต่สวนคดีที่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ละเมิดอำนาจศาล กรณีเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ผู้ต้องหาคดีปลุกปั่นยุยงฯ มายื่นคำร้องขอฝากขัง นายพริษฐ์ ได้นำมวลชนมาชุมนุมกันหน้าศาลอาญา ตะโกนส่งเสียงดัง, โพสต์และไลฟ์สดชักชวนประชาชนให้มาชุมนุมที่ศาล ขัดขวางกระบวนพิจารณาของศาล ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล โดย นายพริษฐ์ ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะที่รถเรือนจำแล่นเข้าประตูศาล นายพริษฐ์ ก็ได้ชู 3 นิ้ว ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ

ในการไต่สวนของศาล นายพริษฐ์ เเถลงว่ายังเป็นนักศึกษา พร้อมรับสารภาพว่าได้กระทำและพูดถ้อยคำอันเป็นการละเมิดอำนาจศาลจริง โดยไม่ได้ไตร่ตรอง และไม่ได้มีเจตนาที่จะรบกวนกระบวนการพิจารณาคดีของศาล และได้สำนึกผิดแล้วว่ากระทำไม่เหมาะสม พร้อมกับกล่าวขอโทษต่อศาล และยืนยันว่าจะไม่กระทำการในลักษณะนี้อีก ในขณะที่ผู้อำนวยการศาลอาญาก็ไม่ติดใจเอาความ

ศาลพิเคราะห์เเล้วว่าเป็นการกระทำโดยสำคัญผิด เป็นอารมณ์ชั่ววูบ เพื่อเป็นการเเก้ไขบรรเทาผลร้าย ผู้ต้องหาได้ทำคำเเถลงขอโทษและเผยเเพร่ข่าว เมื่อได้พิจารณาอายุและการศึกษาแล้ว เห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินคดี เเต่เพื่อธำรงไว้ถึงการพิจารณาคดี ที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณศาล จึงลงโทษว่ากล่าวตักเตือน และให้ผู้ต้องหาปฏิญาณตนว่าจะไม่กระทำอีก เเละให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

นอกจากนี้ ในวันเดียวกันก็มีการฝากขังผัดแรกของ นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ทำความผิดตามมาตรา 110 กรณีขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา และพนักงานสอบสวน ขอผัดฟ้องออกไปอีก 1 ผัด ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมไปเรียกร้องขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวนายสุรนาถ โดยทนายความที่ไปยื่นประกันตัว ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลติดกำไลอีเอ็ม แทนการควบคุมตัว

ทนายความของกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แจ้งต่อศาลว่า นายสุรนาถถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ย้ายตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นเรือนจำสำหรับนักโทษเด็ดขาด โดยไม่แจ้งให้ครอบครัวทราบ ซึ่งศาลได้รับเรื่องไว้ และจะนำไปตรวจสอบ

ขณะที่ กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่าคดีของนายสุรนารถเป็นคดีที่โทษสูง และเป็นคดีร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน กรมฯ จึงคัดแยกให้ นายสุรนารถ ไปอยู่ที่เรือนจำกำหนดโทษสูง หรือเรือนจำที่เหมาะสมกับโทษ ตามข้อกำหนดของกรมฯ ซึ่งการย้ายผู้ต้องขังไปควบคุมยังเรือนจำใดเป็นสิทธิ์ในการพิจารณาของกรมราชทัณฑ์

ขอบคุณภาพจาก : Youtube EasyYukhon