7HD ร้อนออนไลน์

ยิ่งกว่าวิกฤต! ป่วยติดเชื้อโควิดวันเดียวมากกว่า 5 แสนคน สหรัฐฯ ยอดติดเชื้อพุ่งใกล้แตะ 10 ล้านคน

วันนี้ (29 ต.ค.63) เว็บไซต์ worldometers รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 จากทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 44,730,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 504,000 คน เสียชีวิตกว่า 1,170,000 คน และรักษาหายแล้วกว่า 32,700,000 คน

โดยสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดกว่า 9,110,000 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่กว่า 79,000 คน เสียชีวิต กว่า 233,000 คน ตามด้วยอินเดียมีผู้ติดเชื้อกว่า 8,030,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 49,000 คน เสียชีวิตกว่า 120,000 คน และบราซิลมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 5,460,000 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่กว่า 28,000 คน และเสียชีวิตกว่า 158,000 คน
ขณะที่เมียนมาประเทศเพื่อนบ้านของไทย สถานการณ์โรคโควิด-19 ยังไม่บรรเทา ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อ 49,072 คน เพิ่มขึ้นอีก 1,406 คน เสียชีวิต 1,172 คน และรักษาหายแล้ว 28,636 คน โดยเมียนมาขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 74 ของโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศจะเริ่มมาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2563 นี้ หลังจากที่นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้มีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศไปก่อนหน้านี้ โดยเยอรมนีจะเริ่มมาตราการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 พ.ย. 2563 แต่มาตรการคุมเข้มในการล็อกดาวน์ของทั้ง 2 ประเทศในครั้งนี้ จะเข้มข้นน้อยกว่ามาตรการล็อกดาวน์รอบแรก 

ประธานาธิบดีมาครง ได้แถลงข่าวผ่านทางทีวี ว่ามาตรการคุมโรคที่ใช้ในปัจจุบัน รวมถึงการเคอร์ฟิวในกรุงปารีสและหลายจังหวัดไม่เพียงพอแล้ว คาดว่าภายในกลางเดือนหน้า ผู้ป่วยโควิด-19 จะยึดเตียงห้องไอซียูทั้งหมด และประชาชนอาจเสียชีวิตมากถึง 400,000 คน หากไม่ทำอะไรเลยเพื่อคุมการระบาดระลอกสองที่ร้ายแรงกว่าระลอกแรก

โดยมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ของฝรั่งเศสที่จะมีผลตั้งแต่ 30 ต.ค. ไปจนถึง 1 ธ.ค. 2563 เป็นอย่างน้อย ยังให้โรงเรียน ที่ทำงานและบริการสาธารณะเปิดทำการได้  ให้เยี่ยมบ้านพักคนชราได้ แต่คนที่ออกมาข้างนอก จะต้องมีเอกสารรับรองเหตุผลของการออกจากบ้าน และตำรวจอาจจะขอตรวจได้  โดยสั่งปิดบาร์ ร้านอาหาร และการออกจากบ้านที่ทางการอนุญาต คือการออกมาซื้อสินค้าจำเป็น ไปโรงพยาบาล หรือออกกำลังกายได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมง

ส่วนมาตรการล็อกดาวน์ของทางการเยอรมนี คือให้ปิดร้านอาหาร บาร์และคลับ ประชาชนควรอยู่แต่ในบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินทาง การติดต่อทางสังคมในที่สาธารณะให้จำกัดไว้เพียง 2 ครอบครัว   โรงเรียนให้เปิดทำการได้ แต่จะต้องรักษามาตรการสุขอนามัยเข้มงวด รัฐบาลจะประเมินมาตรการที่นำมาใช้ภายในสองสัปดาห์