สนามข่าว 7 สี

กรมการขนส่งฯ เล็งห้ามผู้ป่วย เบาหวาน-ลมชัก ทำใบขับขี่

หลังมีข่าวว่า กรมการขนส่งทางบก เตรียมเพิ่มโรคเบาหวาน ความดัน ลมชัก อารมณ์ 2 ขั้ว เป็นโรคต้องห้ามขับรถ โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าเป็นต้นไป ล่าสุด แพทยสภาก็ออกมาชี้แจงรายละเอียดในการพิจารณาอาการของโรค เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น

หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวงคมนาคม เรื่องการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ.2563 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับภายใน 120 วัน หรือราววันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 โดยสาระสำคัญ คือ การออกใบรับรองแพทย์ประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถหรือขอใบขับขี่นั้น จะเพิ่มโรคต้องห้ามขับรถ อาทิ โรคลมชัก, โรคเบาหวาน, โรคความดัน, โรคอารมณ์สองขั้ว, ออทิสติก หรือตัวเตี้ยผิดปกติ 90 เซนติเมตร ไปด้วย

จากที่ก่อนหน้านี้ เคยออกประกาศกำหนด 5 โรคต้องห้ามขับรถ ได้แก่ โรคเท้าช้าง ในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม, โรควัณโรค ในระยะแพร่กระจายเชื้อ, โรคเรื้อน, โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคติดยาเสพติดให้โทษ ไปแล้วนั้น

ซึ่งหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ แพทย์ที่ต้องออกใบรับรองแพทย์ จะต้องประเมินสภาพทางด้านร่างกายของผู้ขอใบรับรองแพทย์ และเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะใช้กับรถทุกประเภทที่มารับใบขับขี่ โดยอาจให้นำใบรับรองแพทย์ ที่แสดงว่าเหมาะสมกับการขับรถอย่างปลอดภัยมาแสดงเพิ่มเติม แต่หากเจ้าหน้าที่จะประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขอหรือขอต่อใบขับขี่ ถ้าสังเกตหรือประเมินแล้วพบว่า มีสภาวะด้านร่างกายไม่พร้อม หรือมีความเสี่ยงต่ออันตรายในการขับรถจะนำบุคคลนั้นไปทดสอบการขับรถเพิ่มเติม เพื่อคัดกรองอย่างเข้มข้น โดยเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างหารือกับแพทยสภาเพื่อจัดทำรายละเอียด ให้สอดรับกับกฎกระทรวง

ด้าน พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ย้ำแพทยสภามีมติเห็นชอบโรคห้ามขับขี่รถยนต์ มีเพียงโรคเดียว คือ สภาวะของโรคลมชัก ที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นผู้ป่วยโรคลมชักทั่วไป จะต้องปลอดจากอาการโรคลมชักอย่างน้อย 1 ปี จึงขับขี่ได้โดยปลอดภัย ส่วนโรคเบาหวาน, ความดันโลหิต ยังอยู่ระหว่างการหารือถึงความเหมาะสม