สนามข่าว 7 สี

อนุวัตจัดให้ : น้ำปู๋ไทยลื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

อากาศเริ่มเย็นลงแบบนี้ อนุวัตจัดให้ พร้อมทีมงาน จะพาคุณผู้ชมขึ้นเหนือไปสัมผัสวิถีชาวไทยลื้อ ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านนี้เขามีเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีของพวกเขา โดยเฉพาะการทำน้ำปู๋ ติดตาม อนุวัตจัดให้

อนุวัตจัดให้ วันนี้สนุกแน่ เพราะผมพร้อมทีมงานจะพาคุณผู้ชมไปทำ "น้ำปู๋แบบไทยลื้อ" จะแตกต่างจากน้ำปู๋ทั่วไปอย่างไร ไปชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยลื้อบ้านวังไผ่ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ กันเลย

หมู่บ้านวังไผ่ ยังคงวิถีความเป็นไทยลื้อไว้อย่างสมบูรณ์ ก่อนอื่นใครจะเข้าหมู่บ้านต้องบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านกันก่อน

จากนั้นทำพิธีสู่ขวัญแบบฉบับไทยลื้อ โดยผู้อาวุโสประจำหมู่บ้าน 4 คน หรือเสาหลักประจำหมู่บ้าน 4 เสา เสร็จพิธีถือว่าเป็นลูกหลานชาวไทยลื้อแล้ว

วิถีไทยลื้ออยู่อย่างเรียบง่าย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัส วันนี้ชาวบ้านจะพาผมไปทำน้ำปู๋ ก่อนอื่นต้องนั่งรถออกไปหาปูมาทำน้ำปู๋กันก่อน

นั่งรถมาพร้อมกับอุปกรณ์ ช่วงเดือนมิถุนายน หรือฝนแรกของปี ชาวบ้านจะออกไปหาปูมาทำน้ำปู๋ เลือกนาที่กำลังผันน้ำเตรียมปลูกข้าว ชาวบ้านบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ปูเยอะที่สุด จะเยอะขนาดไหน คว้าสวิงไปช้อนปูกับชาวบ้านกันเลย

แค่ครั้งแรกก็ได้ปูแล้ว ทุกคนช่วยกันช้อน ช่วยกันจับ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้ปูเป็น ๆ จำนวนมากแบบนี้

นำปูที่ได้ไปล้างทำความสะอาดกันก่อน แต่มาดูผลงานว่าผมจะล้มแชมป์ได้ไหม ล้มไม่ได้ ป้า ๆ แม่ ๆ เขาได้มากจริง ๆ

การทำน้ำปู๋ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของแม่บ้าน สำหรับพ่อบ้านออกไปทำไร่ แม่บ้านก็จะแบ่งหน้าที่กันทำ บางกลุ่มก็จะล้างปูเพื่อเตรียมอุปกรณ์ อีกส่วนก็จะออกไปเก็บสมุนไพร นี่ถือเป็นสูตรเด็ดเคล็ดลับการทำน้ำปู๋ของชาวไทยลื้อ เพราะน้ำปู๋ที่นี่จะเต็มไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งปลูกอยู่ตามบ้าน 

นำสมุนไพรมาหั่นให้เล็กลง ต่อไปเป็นวิถีสำคัญ นั่นก็คือ ช่วยกันตำสมุนไพร โดยใช้ครกส่วนรวมในหมู่บ้าน คนตำกับคนจกสมุนไพรต้องทำงานเข้าขา รู้จังหวะกัน หากไม่รู้จังหวะกันโอกาสบาดเจ็บนิ้วแตกมีสูง

เห็นแบบนี้แล้วอยากลองดูบ้าง ชาวบ้านจะสอนเทคนิควิธีการตำและวิธีการล้วงสมุนไพรไปพร้อมกัน ชาวบ้านหลายคนก็ลุ้นไปกับผมด้วย

รอด นิ้วไม่แตก ไม่เป็นไร พอสมุนไพรเริ่มแหลก ใส่ปูที่ช้อนลงไป ค่อย ๆ ตำไป เพื่อให้ปูและสมุนไพรแหลกไปพร้อม ๆ กัน

ตำอยู่นาน พอแหลกแล้วนำออกมาผสม บีบให้น้ำปูและน้ำสมุนไพรไหลออกมา จนเป็นน้ำสีแบบนี้ ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างน้อย 3 ครั้ง จนกว่าจะแน่ใจว่าบีบจนหมด จากนั้นนำน้ำปู๋ที่ได้ไปเคียวอีก 1 คืน ฟังไม่ผิด ต้องต้มแบบนี้อีก 1 คืน จนกว่าจะได้น้ำปู๋งวดจนเป็นสีดำ

แสดงว่ากว่าจะได้กินน้ำปู๋ต้องรอถึงวันพรุ่งนี้ เย็นวันนี้ระหว่างรอ ชาวบ้านจะมีการแสดงฟ้อนต้อนรับแขกผู้มาเยือน บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของชาวไทยลื้อ ให้พวกผมได้ชมกันด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนนี้มาดูน้ำปู๋ที่เริ่มงวดเป็นสีดำแล้ว แบบนี้ถือว่าใช้ได้ ทำแล้วรสชาติเป็นอย่างไร ลองตำน้ำพริกน้ำปู๋ดู สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเกลือ ใส่เกลือ ใส่พริก และเครื่องปรุงลงไป นำน้ำปู๋ใส่ลงไป ใครเคยกินน้ำปู๋เชื่อว่าตอนนี้น้ำลายสอ อร่อยดี

ยัง...วิถีชาวไทยลื้อยังไม่หมดแค่นี้ พรุ่งนี้เราจะเข้าป่าไปทำเส้นบุกกัน เหนื่อยมากขนาดไหน ติดตามได้วันพรุ่งนี้