7HDร้อนออนไลน์

นายกฯ ตรวจความพร้อมมาตรการคัดกรองโควิด เปิดรับ นทท.

วันนี้ ( 2 พ.ย.63 ) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมมาตรการคัดกรองโรคโควิด-19 รองรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จ.ภูเก็ต ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่

นายอนุทิน กล่าวว่านายกฯ มีนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาะสมุย และภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ดังนั้นการคัดกรองและกักกันโรคผู้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยจึงมีความสำคัญ โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งการวัดไข้ ระบบตรวจคัดกรอง ระบบห้องปฏิบัติการ แอปพลิเคชันในการติดตาม โรงแรมที่ใช้ในการกักตัวเป็น ALQ  รวมถึงบุคลากร ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าไทยสามารถรับนักท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย และหากพบการติดเชื้อก็สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด

สำหรับมาตรการคัดกรองโรคในสนามบิน ได้จำลองเหตุการณ์นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) เดินทางด้วยเครื่องบินถึงเกาะสมุย ใช้รถรางลำเลียงผู้โดยสารเข้ามายังทางเข้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ จากนั้นผ่านด่านคัดกรอง ทำความสะอาดมือและรองเท้า วัดอุณหภูมิร่างกาย หากระหว่างคัดกรองมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่า 37.3 องศาเซลเซียส หรือมีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ได้แก่ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จะถูกสอบสวนโรคที่ห้องแยกกัก พร้อมรายงานข้อมูลตามระบบ และส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเกาะสมุย

หากผ่านการวัดอุณหภูมิจะตรวจเอกสารทางราชการได้แก่ หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ Fit to Fly ผลตรวจปลอดเชื้อโควิด 72 ชม. ก่อนเดินทาง ใบจองโรงแรม ALQ หนังสือเดินทาง ประกันสุขภาพ 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ ใบ ตม. แอปพลิเคชัน Samui Health Pass และแอปพลิเคชัน COSTE จากนั้นคัดกรองสุขภาพ พิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ และพิธีการศุลกากร จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงแรมรับนักท่องเที่ยว ทำการเช็กอินออนไลน์ ทำลายเชื้อบนกระเป๋าเดินทาง และไปยังโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด (Alternative Local Quarantine : ALQ) เพื่อกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อขณะกักตัวอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยส่งตรวจโรงพยาบาลเกาะสมุย เมื่อพบการติดเชื้อจะส่งรักษาโรงพยาบาลเกาะสมุย โดยผู้เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างกักกันและการรักษาโดยสมัครใจ หากไม่พบเชื้อเมื่อกักตัวครบ 14 วัน ก็สามารถไปท่องเที่ยวต่อได้ ทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อ เป็นการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย

ขณะที่สนามบินภูเก็ตมีระบบการดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางเช่นเดียวกัน โดยส่งตรวจหาเชื้อที่ รพ.วชิระภูเก็ต ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่  11/1 จ.ภูเก็ต และ รพ.กรุงเทพสิริโรจน์ สามารถออกผลตรวจได้ภายใน 1 วัน  มีการใช้ระบบแอปพลิเคชันติดตามตัว และมีมาตรการเชิงรุก เตรียมแผนเฝ้าระวังค้นหาในสถานพยาบาล ชุมชนพื้นที่เสี่ยง ประชากรกลุ่มเสี่ยง และเฝ้าระวังผู้ป่วยกลุ่มอาการและโรคทางเดินหายใจ โรคปอดอักเสบ รวมถึงมีความพร้อมด้านสถานที่กักกันระดับจังหวัด (Local quarantine) และสถานที่กักกันทางเลือก (Alternative Local Quarantine) ซึ่งผู้กักกันต้องชำระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดเช่นกัน