7HDร้อนออนไลน์

เบาหวานแทรกซ้อน คร่าผู้ป่วยโควิด ยอดดับของไทยขยับเพิ่มเป็น 60 คน

วันนี้ ( 6 พ.ย.63) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค ( คร.) เปิดเผยถึงรายละเอียดการเสียชีวิตเพิ่มของผู้ป่วยโควิด- 19 ว่าในวันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 60 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ป่วยสัญชาติไทย เพศชาย อายุ 66 ปี อาชีพข้าราชการเกษียน เดินทางมาจากประเทศอังกฤษ  ถึงไทยเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 63 และเข้ารับการกักตัวที่สถานที่กักตัวของรัฐ ที่จ.ชลบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 63 ตรวจพบเชื้อ และแถลงข่าวเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลำดับที่  3719 ส่งเข้า รักษาตัวที่ รพ.บางละมุง ในวันที่ 22 ต.ค. 63

ทั้งนี่ผู้ป่วยอาการค่อนข้างหนัก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ให้ยาฟาวิพิราเวียร์ และยาเรมดิซิเวียร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ทำให้เลือดเป็นกรด ระบบหายใจล้มเหลว ช็อก และเสียชีวิตในวันที่ 5 พ.ย.63 นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 60 ของไทย ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการ เพื่อรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 โดยตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคกรมวิทย์ฯ ได้พัฒนาวิธีตรวจวินิจฉัยด้วยเทคนิค Real-time RT PCR ซึ่งเป็นวิธีตรวจมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ พร้อมดำเนินงานตามนโยบาย "1 แล็ป 1 จังหวัด 100 ห้องปฏิบัติการ" รายงานผลภายใน 1 วัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจหาโรค  ขณะนี้มีห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองแล้ว 236 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น ของรัฐ 157 แห่ง และเอกชน 79 แห่ง ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัด เหลือเพียง 1 จังหวัด ซึ่งจะพัฒนาให้ตรวจได้ทั้งหมด รองรับการตรวจได้มากกว่า 20,000 ตัวอย่างต่อวัน

นอกจากนี้ กรมวิทย์ฯ และบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ร่วมวิจัยพัฒนาและผลิตชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยวิธี Real-time RT-PCR สนับสนุนการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อให้รวดเร็วและทั่วถึง สร้างความมั่งคงด้านสุขภาพของประเทศไทย มีแหล่งผลิตชุดน้ำยาภายในประเทศ เพื่อการให้บริการตรวจคนไทย ตลอดจนสนับสนุนการคัดกรองเพื่อกักกันในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการควบคุมและป้องกันโรคภายในประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีชุดน้ำยาตรวจ Real-time RT-PCR สำหรับ COVID-19 รองรับไปตลอด ช่วงระยะเวลาการระบาดของ COVID-19 มีการสำรองชุดน้ำยาตรวจไว้ใช้กว่า 700,000 ตัวอย่าง

“กรมวิทย์ฯ ยังได้พัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปนเปื้อนในบรรจุภัณฑ์และอาหาร และจะพร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ประมาณเดือน ธ.ค.63 ในตัวอย่างทุเรียนแช่แข็งและบรรจุภัณฑ์ในราคา 7,000 บาท/ตัวอย่าง  ใช้ระยะเวลาการตรวจประมาณ 3 วันทำการ เนื่องจากทุเรียนเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศ  เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ส่วนอาหารทะเลแช่แข็งชนิดอื่นๆ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการทดสอบความใช้ได้ของวิธี ซึ่งจะเปิดให้บริการในลำดับต่อไป” นพ.ศุภกิจ กล่าว