ประเด็นเด็ด 7 สี

กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายสาวประเภทสองสมองบวม มอบตัวแล้ว อ้างอีกฝ่ายชกผู้หญิงก่อน

ประเด็นเด็ด 7 สี - คืบหน้าอาการของสาวประเภทสองที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายในสถานบันเทิงกลางเมืองระยอง ล่าสุดอาการยังไม่ดีขึ้น ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีย่องมอบเงินเยียวยา หลังเข้ามอบตัวกับตำรวจสารภาพผิด อ้างอีกฝ่ายชกผู้หญิงก่อน ด้านพี่สาวปฏิเสธรับความช่วยเหลือ ยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ช่วงเวลา 03.30 น. ของวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุวัยรุ่นถูกรุมทำร้ายร่างกายที่หน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยกล้องวงจรปิดหน้าร้านบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้

จากภาพจะเห็นชายเสื้อสีน้ำเงิน เดินกอดคอชายเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น ออกมาจากสถานบันเทิง โดยมีเพื่อนของชายเสื้อสีน้ำเงิน เดินตามออกมาอีก 4 คน ชายเสื้อน้ำเงินก็ชกต่อยชายเสื้อสีขาวจนฟุบกับฝากระโปรงรถ ส่วนคนอื่น ๆ เข้าไปรุมทำร้าย แม้จะมีผู้หญิงอีกคนวิ่งไปช่วย แต่ก็ถูกหญิงเสื้อส้มกระชากผมจนล้มกองกับพื้น จากนั้นชายเสื้อลาย ใส่หมวก เดินเข้ามาเตะและชกต่อยจนล้มกองกับพื้นอีกรอบ โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามารุมกระทืบ
  
หลังเกิดเหตุพี่สาวผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองระยอง บอกว่า น้องของเธอเป็นสาวประเภทสอง อายุ 23 ปี ก่อนเกิดเหตุไปเข้าห้องน้ำกับเพื่อนผู้หญิง เมื่อทำธุระเสร็จเข้าใจว่าเพื่อนยังอยู่ในห้องน้ำจึงไปเคาะประตู แต่มีผู้หญิงใส่ชุดสีส้มเปิดออกมา แล้วปรี่เข้าตบหน้าทันที ก่อนที่พรรคพวกของผู้หญิงจะเข้ามาล็อกคอลากออกไปที่ลานจอดรถ แล้วรุมทำร้าย หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุยังโทรศัพท์มาข่มขู่

กระทั่งเที่ยงคืนที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับตำรวจ สารภาพก่อเหตุจริง อ้างไม่รู้ว่าเป็นสาวประเภทสองและถูกอีกฝ่ายชกหน้าก่อน

ล่าสุดพี่สาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุและเจ้าของสถานบันเทิงได้ติดต่อขอมอบเงินเยียวยา แต่เธอปฏิเสธไม่ขอรับและจะขอสู้คดีจนถึงที่สุด พร้อมตั้งข้อสงสัยโรงพยาบาลระยองที่น้องเข้ารักษาตัว อนุญาตให้น้องกลับบ้านทั้งที่อาการยังไม่ดีขึ้น

ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ในฐานะรักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำกลุ่มผู้ก่อเหตุไว้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ก่อนปล่อยตัวไป โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัว เพราะเข้ามอบตัวด้วยตัวเอง หากรู้ผลตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บก็จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบว่าสถานบันเทิงที่เกิดเหตุ มีใบอนุญาตหรือไม่ หรือเปิดเกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าไม่มีใบอนุญาตหรือเปิดเกินเวลา ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป