สนามข่าว 7 สี

ตำรวจ สน.เตาปูน ตามรวบ 2 ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในร้านอาหาร

ก่อเหตุอะไรไว้อย่าคิดว่าจะหนีรอด ชาย 2 คน ร่วมกันเข้าไปลักทรัพย์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยก่อเหตุไว้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่สุดท้ายถูกตำรวจ สน.เตาปูน ตามรวบตัวได้แล้ว

ตำรวจ สน.เตาปูน ตามรวบผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในท้องที่ สน.เตาปูน ชุดสืบสวนตามจับผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ ก็คือ นายภูวรินทร์ กุนอก อายุ 21 ปี และเยาวชนอายุ 17 ปี โดยจับกุมได้พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน, โทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง รวมทั้งเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน สวมใส่ไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนหน้าสถานีรถไฟบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยคนร้ายกวาดเอาทรัพย์สินและเงินสดจำนวน 10,000 บาท หลบหนีไปอย่างลอยนวล ต่อมาตำรวจเริ่มตามแกะรอยคนร้ายตามภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านที่บันทึกเอาไว้ได้ กระทั่งพบกบดานอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่ง ซอยรามอินทรา 34 เขตบางเขน จึงตามไปรวบตัวได้เมื่อวานนี้ (11 พ.ย.)

เมื่อควบคุมตัวมาสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันลักทรัพย์จากผู้เสียหายจริง ส่วนเงินสดที่ได้มานั้นนำไปใช้เที่ยวกินจนหมดแล้ว ตำรวจจึงถูกแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน และบุกรุกเคหสถาน รวมทั้งทำให้เสียทรัพย์ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ดำเนินคดี

สำหรับประวัติของ นายภูวรินทร์ กุนอก เคยก่อคดีลักทรัพย์ในท้องที่ สน.ดอนเมือง และ สน.ทองหล่อ เพิ่งพ้นโทษมาได้ 4 เดือน ส่วนเยาวชนอายุ 17 ปี ก็เพิ่งจะพ้นโทษคดีลักทรัพย์ เมื่อปี 2562 เช่นเดียวกัน

รวบชายอายุ 37 ปี ลักทรัพย์มูลค่า 9 แสนบาท ในบ้านประชาชน
ส่วนอีกคดีอยู่ในเขตรับผิดชอบของ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) ได้จับกุม นายพีรพงษ์ แซ่เซียว อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยเข้าไปลักทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 900,000 บาท ที่เจ้าของเก็บไว้ในบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในซอยรามคำแหง 44 เขตบางกะปิ กรุงเทพหมานคร เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา แล้วหลบหนีไป ต่อมาตำรวจตามสืบจนรู้ตัวว่าไปปรากฏตัวอยู่แถวซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง จึงตามไปจับกุมได้พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์ที่เตรียมไว้งัดแงะ อีกทั้งยังพบกรอบพระเลี่ยมทอง, นาฬิกายี่ห้อดัง รวมทั้งเงินสกุลต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง

จากพยานหลักฐานที่พบทำให้ นายพีรพงษ์ ยอมจำนน และรับสารภาพว่าก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในท้องที่ สน.พหลโยธิน และ สน.หัวหมาก อีกทั้งเพิ่งจะพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีข้อหาลักทรัพย์มาได้ไม่นาน โดยอ้างว่าไม่มีงานทำ จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ สำหรับทรัพย์สินที่ลักมาได้นั้น นายพีรพงษ์ จะนำไปขายในตลาดมืด แต่หากเป็นทองรูปพรรณก็จะนำไปตามขายร้านทอง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน