7HD ร้อนออนไลน์

รวบโจรเพิ่งพ้นโทษขับเก๋งตระเวนลักทรัพย์บ้านคนรวย ก่อคดีโชกโชน

มีรายงานข่าวว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 11 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.กก.สส.บก.น.4. พร้อมด้วย พ.ต.ท.กนก รอดสำราญ พ.ต.ท.สิโณทัย ลิลิตธรรม รอง ผกก. กก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.ไชยวิชญ์ สุทำเลาหวิจิตร พ.ต.ต.เจตน์สฤษฎ์ เตชาภัทรทวีโชติ สว.กก.สส.บก.4 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกันจับกุมตัวนายพีรพงษ์ หรือพี แซ่เซียว อายุ 37 ปี ชาว ต.บ้านช้าง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลอาญา ที่ 1697/2563  ลงวันที่ 5 พ.ย. 63 ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ” หลังก่อเหตุขับรถตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ก่อนจะกวาดทรัพย์สินแล้วขับรถหลบหนีลอยนวล โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 พ.ย. 63 บริเวณ ซอยศูนย์วิจัย ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. พร้อมของกลางอุปกรณ์งัดแงะ ชุดที่ใส่ก่อเหตุ กรอบพระเลี่ยมทอง นาฬิกาโลเล็กซ์ เงินสกุลต่างๆ ป้ายทะเบียนรถ 6 แผ่น

สืบเนื่องจาก วันที่ 26 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา กก.สส.บก.น.4 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ 38 ซอยรามคำแหง 44 แยก 2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายได้งัดประตูหน้าต่างเข้าไปภายในบ้าน และรื้อค้นเอาทรัพย์สินไปจำนวนหลายรายการ มูลค่าประมาณ 900,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 ได้ทำการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายพีรพงษ์ หรือพี แซ่เซียว อายุ 37 ปี จึงออกทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 63 เวลาประมาณ 11.00 น. นายพีรพงษ์ ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ 362 ซ.พหลโยธิน 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ท้องที่ สน.พหลโยธิน โดยขับรถยนต์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ณร 686 กรุงเทพมหานคร มาจอดรถไว้ลานจอดรถบริเวณข้างบ้าน ก่อนลงเดินเท้าเข้าไปก่อเหตุภายในบ้าน ขณะลงมือก่อเหตุเจ้าของบ้านกลับมาพอดี เห็นนายพีรพงษ์กำลังรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน จากนั้นนายพีรพงษ์ได้รีบปีนหนีออกมาโดยทิ้งทรัพย์สินบางส่วนที่นำใส่กระเป๋าไว้ในจุดเกิดเหตุ จากนั้นเจ้าของบ้านได้ออกติดตามพร้อมถ่ายคลิปไว้ได้ โดยนายพีรพงษ์สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้น สวมหมวกแก๊ปหันปลายหมวกไปด้านหลัง สวมถุงมือยาง ที่แขนมีร่องรอยถลอก มือขวาไขว้ไปด้านหลังลักษณะคล้ายจะหยิบอาวุธ พร้อมไล่ให้เจ้าของบ้านอย่าเข้ามาใกล้ และขู่ว่าจะยิง ซึ่งเจ้าของบ้านถามย้ำตลอดเวลาว่าเข้าไปในบ้านทำไม จากนั้นนายพีรพงษ์ได้วิ่งหลบหนีไป

รายงานข่าวยังระบุอีกว่า จากการสอบสวนนายพีรพงษ์  รับสารภาพว่าก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ในหลายท้องที่ ทั้งพหลโยธินและหัวหมาก ทั้งนี้เพิ่งจะพ้นโทษข้อหาลักทรัพย์ออกมา แต่ไม่มีงานทำจึงหันกลับมาลงมือก่อเหตุซ้ำ ทรัพย์สินที่ได้มาหากเป็นของก็จะนำไปขายตลาดมืด หากเป็นทองรูปพรรณก็จะนำขายตามร้านทองโดยทันที เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมากดำเนินคดี พร้อมประสาน สน.พหลโยธิน ทำการอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า เมื่อปี 50 ผู้ต้องหาคนดังกล่าวก่อเหตุที่บ้านของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 63 ซึ่งให้หลัง 2 วัน ก็มาก่อเหตุลักทรัพย์อีก ถูกตำรวจ สน.สุทธิสาร จับ ก่อนที่เพื่อนอีกคนที่ร่วมก่อเหตุเป็นคนประกันตัวออกมา แล้วเริ่มก่อเหตุโดยการหารถเช่ามาใช่ก่อเหตุเพื่อเปบี่ยนรถไปเรื่อยๆ และสั่งทำทะเบียนปลอมมาหลายอันก่อนใช้แล้วทิ้ง โดยใช้รถเก๋งสีดำก่อเหตุท้องที่ สน.หัวหมาก และใช้รถสีขาวก่อเหตุพื้นที่ สน.พหลโยธิน ซึ่งล่าสุดใช้รถหรูอีกคันในการหลบหนี  

สำหรับพฤติการณ์จะใช้เวลาช่วงกลางวันในการก่อเหตุ โดยใช้วิธีกดกริ่งเพื่อตรวจสอบว่าบ้านมีคนอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะปีนเข้าไปงัดบ้านลักทรัพย์สิน โดยหนึ่งในผู้เสียหายคนล่าสุดเป็นผู้บริหารห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางกะปิ