สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : จับโจรบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคาร ย่านวัชรพล

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ มีคนร้ายทำทีเข้าไปเป็นลูกค้า ก่อนใช้ปืนบังคับชิงเงินธนาคารทหารไทย ย่านวัชรพล ได้เงินไปกว่า 400,000 บาท ตำรวจใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง ก็ตามไปจับกุมคนร้ายได้สำเร็จ ยึดเงินคืนได้เกือบทั้งหมด ส่วนสาเหตุที่ลงมือจะมาจากเรื่องใด ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

15.15 น. ชายอายุประมาณ 30-35 ปี สวมเสื้อลายพราง กางเกงขายาวสีดำ และหน้ากากอนามัย ทำทีเป็นลูกค้าเข้าไปนั่งอยู่ในธนาคาร รอคิวประมาณ 4-5 นาที ก่อนชักอาวุธปืนข่มขู่พนักงาน บอกว่า "นี่คือการปล้น" บังคับให้พนักงานธนาคารส่งเงินสดให้ 2 ล้านบาท ก่อนที่พนักงานจะหยิบเงินจำนวนหนึ่งใส่ซองกระดาษให้คนร้ายรายนี้ จากนั้นคนร้ายก็เดินหลบหนีไป ใช้เวลาก่อเหตุไม่นับช่วงเข้าไปสังเกตการณ์ประมาณ 2-3 นาทีเท่านั้น

ตำรวจ สน.คันนายาว, ชุดสืบสวนนครบาล 2 และกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่ธนาคาร และตามเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่าหลังคนร้ายเดินข้ามถนน ได้หลบหนีเข้าไปในซอยวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราว ๆ 100 เมตร มีพยานเห็นเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหิน เปลี่ยนชุดที่ก่อเหตุไปใส่ชุดลำลอง ซึ่งเป็นเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น ส่วนชุดที่ก่อเหตุได้ทิ้งไว้ในถังขยะ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าแล้วยังมีทั้งผ้าคลุมโม่ง, ผ้ารัดแขนกันแดด และซองกระดาษสีน้ำตาลซึ่งมีตราธนาคารทหารไทย 1 ซอง ตำรวจคาดการณ์ว่าจากจุดนี้คนร้ายหลบหนีไปทางถนนสุขาภิบาล 5

ประมาณ 20.30 น. ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี จนไปพบจุดกบดานอยู่ในซอยรามคำแหง 65 จึงนำกำลังเข้าจับกุม ก่อนพากลับมาที่ซอยวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตร หลังคนร้ายให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เพื่อทำแผนชี้จุดเกิดเหตุไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ โดยจุดแรกที่พาไปชี้ เป็นจุดที่คนร้ายนำเงินสดของกลางไปเก็บซ่อนไว้ในบ้านพัก ซึ่งเพิ่งเช่าได้เพียง 1 วัน สำหรับใช้เป็นที่กบดานตัวชั่วคราว จุดที่ 2 คือจุดที่นำเสื้อผ้าชุดที่ใส่ก่อเหตุไปทิ้งถังขยะ จุดที่ 3 คือที่ธนาคารทหารไทย ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ โดยตำรวจให้คนร้ายจำลองเหตุการณ์ เริ่มตั้งแต่ก่อนเดินเข้าธนาคาร, จุดที่ชักอาวุธปืน, จุดที่ข่มขู่พนักงานให้นำเงินส่งให้ รวมไปถึงเส้นทางหลบหนี ก่อนจะพาคนร้ายไปสอบสวนขยายผลต่อที่ สน.คันนายาว

ส่วนการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าคนร้ายรายนี้ คือ นายกานต์ชนก ศรีสวัสดิ์ อายุ 35 ปี อดีตเคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนใกล้กับธนาคารที่เกิดเหตุ ซึ่งเพิ่งถูกให้ออกจากงานเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยยอมรับว่าทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้หนี้พนันออนไลน์ที่ติดอยู่ประมาณ 100,000 บาท ก่อนเกิดเหตุได้ตระเวนดูลาดเลามาแล้วหลายที่ ทั้งที่ย่านลำลูกกา และจุดที่ลงมือ รวมถึงร้านค้าทองในละแวก อาวุธปืนที่ใช้เป็นปืนบีบีกัน ไม่ใช่ปืนจริง ส่วนเงินที่ได้มาได้แบ่งออกมาประมาณ 16,000 บาท เพื่อเตรียมนำไปใช้หนี้และใช้จ่ายทั่วไป ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมตัวได้

อย่างไรก็ตามในช่วงสายของวันนี้ พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะแถลงสรุปผลการจับกุมคนร้ายรายนี้อีกครั้ง ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ส่วนตัวคนร้ายหลังสอบสวนปากคำเสร็จ ก็จะนำตัวไปส่งขังที่ศาลอาญารัชดาฯ เนื่องจากเป็นการติดตามจับกุม ไม่ใช่การจับกุมตัวตามหมายจับ