เจาะประเด็นข่าวค่ำ

นายกฯ ขานรับข้อเสนอแนะจากทูต 5 ประเทศ เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากเอกอัครราชทูต 5 ประเทศ คือ เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทุกข้อเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

โดยจะรับทุกเรื่องไปพิจารณา และมีหลายเรื่องที่ได้ทำแล้ว เช่น การขับเคลื่อนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลและปฏิรูประบบราชการ ส่วนการพัฒนาระบบศุลกากรนั้น ได้จัดตั้งระบบ National Single Window ทำหน้าที่เป็นระบบกลางเชื่อมโยงข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ของประเทศ

ขณะที่การยกระดับฝีมือแรงงาน ก็เป็นแนวทางเดียวกับรัฐบาลที่มุ่งเน้นพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมกรรมใหม่ เช่น หุ่นยนต์ ดิจิทัล เชื้อเพลิง เคมีชีวภาพ การแพทย์ครบวงจร การบินและโลจิสติกส์ ส่วนการปฏิรูปกฎหมาย ก็กำลังเดินหน้าเพื่อยกเลิก หรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่จำเป็นและเป็นภาระกับประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

นางสาวรัชดา บอกด้วยว่า ความปรารถนาดีของเอกอัครราชทูตที่มีต่อไทย เป็นข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า ภาคเอกชนของทั้ง 5 ประเทศ ให้ความสนใจที่จะมาทำการค้าการลงทุนในไทย และเห็นศักยภาพของประเทศที่จะเติบโตในระยะยาว

โดยข้อเสนอแนะของเอกอัครราชทูตทั้ง 5 ประเทศ คือ ทำให้ระบบของหน่วยงานศุลกากรง่ายขึ้น นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยให้การนำเข้าสินค้าง่าย รวดเร็ว และมีต้นทุนถูกลง จัดตั้งพิธีการศุลกากรตามระบบบัญชีที่สามารถระบุความเสี่ยง ทำให้ระบบประมวลภาษีศุลกากรทันสมัย ทบทวนการอนุญาตของทางราชการ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำจัดความซ้ำซ้อน เพิ่มแพลตฟอร์มรูปแบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ลดความซับซ้อนในการสมัครขอรับการส่งเสริมการลงทุน ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ

พร้อมเสนอให้สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเดินหน้าสู่การค้าดิจิทัล ปฏิรูปข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับแรงงานฝีมือชาวต่างชาติ ลดขั้นตอนการขอวีซาสำหรับแรงงานฝีมือ เน้นความสำคัญของความโปร่งใสเพื่อคลี่คลายข้อพิพาท ปรับปรุงกระบวนบังคับคดีล้มละลาย และเพิ่มกระบวนการดิจิทัลในการอนุมัติขององค์การอาหารและยา ออกเอกสารแบบดิจิทัล และรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์

หากทำได้ทั้งหมดนี้เชื่อว่าไทยจะมีค่าดัชนีชี้วัดของธนาคารโลกที่ดีขึ้น และนักลงทุนก็จะหันมาสนใจประเทศไทยมากกว่าชาติอื่นๆ ในภูมิภาค