เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เตรียมแจ้งความ ผบ.ตร. – ผบช.น. ปล่อยมวลชนเผชิญหน้า

ความคืบหน้าการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมบริเวณแยกเกียกกาย ในช่วงเย็นและช่วงค่ำวานนี้ (17 พ.ย.) ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งขณะที่มีการปะทะกันไม่ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุดังกล่าวเป็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ชุมนุมปะทะกันเองหรือไม่ 

โดยวันนี้ (18 พ.ย.) ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงการณ์ ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า จากเหตุสลายการชุมนุมของคณะราษฎรและการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับมวลชนอีกฝ่าย มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน โดยในจำนวนนี้ เบื้องต้นพบบาดเจ็บจากการถูกยิงรวม 5 คน  

เหตุการณ์นี้มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่ตำรวจจะพิสูจน์ทราบได้ว่า จะเกิดการทำร้ายร่างกายระหว่างที่มีการเผชิญหน้าของมวลชนทั้ง 2 กลุ่ม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สามารถออกคำสั่งให้ดูแลความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด  ในจุดที่มีมวลชนทั้ง 2 ฝ่ายปักหลักอยู่

และได้ปรากฏชัดเจนว่าก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตั้งแนวกั้นอยู่ระหว่างผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่มอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ต่อมากลับมีการถอนกำลังตำรวจจากจุดดังกล่าว จนเกิดการปะทะกันช่วง 17.00 น.ในลักษณะเพิกเฉย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่จัดกำลังไม่เข้าระงับเหตุ กระทั่งมีการปะทะกันอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ทำให้ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรได้รับบาดเจ็บ และเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากกระสุนปืนถึง 5  คน

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ถือการกระทำดังกล่าวเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และหากเจ้าหน้าที่ยังละเลย ปล่อยให้มีการใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรงจนเกิดเหตุปะทะกัน เหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) ย่อมเป็นการจงใจลิดรอนเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน โดยอาศัยมวลชนอีกฝ่ายเป็นเครื่องมือใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างความหวาดกลัว พฤติการณ์ดังกล่าวข้างต้น ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จะแจ้งความร้องทุกข์ หรือฟ้องคดีอาญาตามกฎหมายต่อไป