7HD ร้อนออนไลน์

สหรัฐฯ อ่วม โควิด-19 ระบาดหนัก เสียชีวิตทะลุ 2.5 แสนคน นครนิวยอร์กสั่งปิดโรงเรียนทุกแห่งหลังเจอระบาดระลอก 2

เว็บไซต์ worldometers รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ประจำวันที่ 19 พ.ย. 2563 ล่าสุด ยอดผู้เชื้อทะลุกว่า 56,550,000 คน เสียชีวิตมากกว่า 1,350,000 คน และรักษาหายแล้วกว่า 39,340,000 คน โดยสหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่า 170,000 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 11,870,000 คน เสียชีวิตมากกว่า 250,000 คน ตามด้วยอินเดียพบผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 8,950,000 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่กว่า 45,000 คน เสียชีวิตกว่า 131,000 คน และบราซิลพบผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 5,940,000 คน และเสียชีวิตแล้วกว่า 167,000 คน ทั้งนี้ จะพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นกว่า 1,000,000 คน จาก 55,000,000 คน เป็น 56,000,000 คน ใช้เวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ สั่งปิดโรงเรียนกว่า 1,800 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 2563 หลังอัตราการติดเชื้อโควิด เฉลี่ยตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในนครนิวยอร์กสูงเกิน 3% โดยจะเปลี่ยนไปเป็นการเรียนทางไกลแทน นายกเทศมนตรีระบุว่าเป็นการระบาดของโรคโควิดระลอกที่ 2 ซึ่งมาตรการสั่งปิดโรงเรียนครั้งนี้ เพื่อควบคุมการระบาดระลอกใหม่ของโควิด คาดว่าจะกระทบกับเด็กนักเรียนราว 300,000 คน จากที่ก่อนหน้านี้รัฐออกข้อจำกัดให้บาร์และร้านอาหารต่างๆ ต้องให้บริการแบบสั่งอาหารกลับบ้านเท่านั้น หลังจากเวลา 22.00 น. ขณะที่การรวมกลุ่มในที่พักส่วนตัวจะถูกจำกัดไม่ให้เกิน 10 คน

บริษัท ไฟเซอร์(Pfizer) และ บริษัท ไบโอเอนเทค (BioNTech) สองบริษัทผู้ผลิตยาที่จับมือร่วมกันพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 เปิดเผยถึงประสิทธิภาพของการทดลองวัคซีนขั้นสุดท้าย ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงถึง 95% และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียง รวมทั้งทำให้มีประสิทธิภาพคงที่กับผู้เข้ารับการฉีดทุกกลุ่มอายุและเชื้อชาติกว่า 41,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ วัคซีนมีประสิทธิภาพถึง 94% ในกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปอีกด้วย ล่าสุด ทางบริษัทเตรียมยื่นขออนุมัติให้ใช้วัคซีนดังกล่าว ต่อสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ในวันที่ 20 พ.ย. 2563 นี้ คาดว่าอาจอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินตั้งแต่ช่วงกลางเดือนหน้านี้ 

ในส่วนของสหภาพยุโรปจะได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไข ในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือน ธ.ค. โดยทางบริษัทคาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนได้ราว 50,000,000 โดส ในปีนี้ ซึ่งเพียงพอสำหรับปกป้องประชากรราว 25,000,000 คน และจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1 ,300,000,000 โดส ในปีหน้า ทั้งนี้ ไฟเซอร์เป็นบริษัทยาแห่งแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ทางสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ อนุมัติให้ใช้วัคซีนโควิด-19 ได้

ขณะที่ วัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็ก คาดว่าอาจต้องใช้เวลามากกว่า โดยตอนนี้ มีเพียงไฟเซอร์เท่านั้น ที่เริ่มฉีดวัคซีนให้อาสาสมัคร ที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 18 ปี ขณะที่ "โมเดอร์นา"และ"จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" จะเริ่มทดสอบกับเยาวชนในเร็ว ๆ นี้

ส่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มีประชาชนหลายพันคนออกไปรวมตัวประท้วงต้านร่างกฎหมาย ที่บังคับให้ประชาชนต้องเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และธุรกิจต่างๆ ต้องปิดให้บริการ เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยตำรวจได้สลายการชุมนุมโดยการฉีดน้ำและจับกุมผู้ประท้วงหลายคน เนื่องจากไม่สวมหน้ากากอนามัยและไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม