7HD ร้อนออนไลน์

เปลี่ยนแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม เป็นแนวปะการังอนุรักษ์ทะเล

วันนี้ (19 พ.ย. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ดำเนินการโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจำนวน 7 ขาแท่น ไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลบริเวณเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้เริ่มวางขาแท่นแรกเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 63 และได้วางขาแท่นสุดท้าย (ขาแท่นที่ 7) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญการสำรวจทางทะเลเป็นที่เรียบร้อย

ต่อมาวันที่ 18 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา ได้จัดพิธีส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่โครงการ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะได้กำหนดแผนการติดตามผลการดำเนินงานและแนวทางการบริหารจัดการภายหลังการวางขาแท่นปิโตรเลียม ต่อไป

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เปิดเผยภายหลังจากพิธี
รับมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมฯ ว่า ทช. ได้ร่วมกับบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ดำเนินโครงการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมาจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ในพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 61 เมื่อครั้งนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงดำรงตำแหน่ง อทช.

อย่างไรก็ตาม การจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม ได้ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่แล้ว ทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งก่อนดำเนินการจัดวาง ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เสนอแนวทางการดำเนินงานต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และได้รับความเห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้ว

สำหรับการจัดวางขาแท่น ได้เริ่มจัดวางขาแท่นแรกเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 63 และขาแท่นสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 63 โดยหลังจากนี้ ทช. จะได้กำหนดเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine protected area) พร้อมแผนและมาตรการการบริหารจัดการพื้นที่จัดวางขาแท่นดังกล่าว ตลอดจนแนวทางการติดตามและศึกษาผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบจากการใช้ขาแท่นปิโตรเลียมในการจัดวางเป็นปะการังเทียม ซึ่งเป็นสิ่งที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เน้นย้ำเสมอถึงผลกระทบที่อาจจะขึ้นต่อเนื่องจากโครงการฯ

นายโสภณ กล่าวอีกว่า ทช. ได้กำหนดแนวทางการติดตามผลกระทบในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศทางทะเล เพื่อการตัดสินใจในระดับนโยบาย การต่อยอดโครงการในอนาคต และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ เชื่อว่าความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน จะยังเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศให้คงความสมบูรณ์ ยั่งยืน เช่นนี้ ต่อไป

ด้านนายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า เชฟรอนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการนี้ ด้วยการส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่ไม่ใช้งานแล้วให้กับ ทช. ไปจัดวางเป็นปะการังเทียมเพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเลไทย พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านการจัดวางและงบประมาณโครงการฯ ตลอดจนจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สนับสนุนงานศึกษาวิจัยของโครงการฯ เชื่อมั่นว่าโครงการศึกษานำร่องนี้จะสร้างองค์ความรู้ที่มีค่าด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลด้วยปะการังเทียมจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม ซึ่งเป็นแนวทางที่มีการดำเนินงานในหลายพื้นที่ทั่วโลก

ตลอดระยะการดำเนินงาน เชฟรอนได้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดกฎหมายและเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในระดับสากล โดยการดำเนินโครงการนี้ ได้รับการอนุมัติอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และกรมประมง นอกจากนี้ เชฟรอนยังได้ทำงานร่วมกับบริษัทผู้ร่วมทุน อันได้แก่ บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการดังกล่าว ที่เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นเพื่อการเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง