สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบ 'ไอ้เม่น' ผู้ต้องหาข่มขืนหญิงแม่ลูกอ่อน อายุ 18 ปี พบก่อคดีโชกโชน

กรณีหญิงสาวอายุ 18 ปี แม่ลูกอ่อน ถูกคนร้ายชื่อ นายเม่น ทำทีเข้ามาขอชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ในบ้าน แต่กลับใช้มีดจี้บังคับข่มขืนก่อนจะหลบหนีไป ล่าสุดตำรวจจับตัวได้แล้ว พบประวัติโชกโชน ก่อคดีทั้งข่มขืน และชิงทรัพย์หลายพื้นที่ ภายในเวลาไม่กี่วัน

จากกรณีที่หญิงอายุ 18 ปี ชาวบ้านในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้ไปแจ้งความ หลังถูกชายคนหนึ่ง รู้จักชื่อเพียง นายเม่น บุกรุกเข้ามาในบ้าน ก่อนใช้อาวุธมีดจี้บังคับข่มขืน ผู้เสียหายได้แจ้งเบาะแสรูปพรรณของคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 22-23 ปี รูปร่างผอม ผิวดำ เตี้ย ไม่มีหนวดเครา มีลายสักที่หลังกกหูด้านขวามือ มีลายสักสีดำที่ขอบตาทั้งสองข้าง ลักษณะเหมือนคนติดยาเสพติด

ตำรวจไล่ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายพีระพัฒน์ ปิดตังเสโน หรือ นายเม่น อายุ 22 ปี ที่เพิ่งจะพ้นโทษจากคดีลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เข็ดหลาบ ตระเวนก่อคดีอีกหลายคดี ทั้งลักทรัพย์ และข่มขืนกระทำอนาจาร ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

ล่าสุด เมื่อวานนี้ หลังสืบทราบว่า นายเม่น มักจะไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่แอบชอบ อยู่ในซอยต้นน้ำ ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตำรวจ สภ.แสนภูดาษ จึงไปดักซุ่มรอ เมื่อพบตัวก็เข้าจับกุมทันที 

จากนั้น ตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายนี้ได้ไปก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 13 ปี โดยผู้ต้องหาเคยพักอาศัยอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ซ้ำยังรู้จักกับครอบครัวของเด็กหญิงผู้เสียหาย ก่อนจะออกอุบายหลอกล่อพ่อของเด็กหญิงให้ออกไปนอกบ้าน แล้วพยายามจะข่มขืน แต่เด็กหญิงเกิดร้องและขัดขืน จึงถูกผู้ต้องหาทำร้าย กระทั่งเด็กหนีรอดมาได้

นอกจากนี้ยังรับสารภาพด้วยว่า หลังจากก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 13 ปีแล้ว ก็ยังตระเวนไปก่อเหตุแทบไม่เว้นวัน

11 พฤศจิกายน 2563 ก่อเหตุลักทรัพย์อาวุธปืน ที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

12 พฤศจิกายน 2563 ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราหญิงชรา พื้นที่ สภ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

13 พฤศจิกายน 2563 ขโมยรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 พยายามชิงรถจักรยานยนต์ ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นไปขโมยโทรศัพท์มือถือของหญิงอายุ 54 ปี ที่บ่อกุ้งข้าง อบต.เทพราช

ต่อมาวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยใช้วิธีหลอกขอเปลี่ยนรถกับผู้เสียหาย จากนั้นบ่ายวันเดียวกัน ไปขโมยโทรศัพท์มือถือที่ร้านขายอาหารตามสั่งริมถนนสายพิมพา-เทพราช โดยหลอกสั่งซื้อข้าว แต่พอเจ้าของร้านเผลอก็ขโมยโทรศัพท์ไป

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ไปทำทีหลอกขอความช่วยเหลือ แล้วขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน ในพื้นที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา  

และล่าสุด ก็คือเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้และข่มขืนหญิงอายุ 18 ปี แม่ลูกอ่อน ที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนจะหนีไปจังหวัดชลบุรี และยังไปหลอกขโมยรถจักรยานยนต์ไปอีก 1 คัน

ผู้ต้องหายังยอมรับ มักจะลงมือก่อเหตุทุกครั้งที่เสพยาเสพติด โดยเลือกเหยื่อเป็นเด็ก หรือคนชราที่อยู่บ้านคนเดียว โดยจะทำเนียนอ้างกับเหยื่อว่ารู้จักคนในครอบครัว ขอยืมของ หรือตีสนิทจนเหยื่อตายใจ ก่อนจะลงมือก่อเหตุ ทั้งขโมยทรัพย์สิน ไปจนถึงกระทำอนาจาร และข่มขืน

ขณะที่ตำรวจคุมผู้ต้องหาไปสอบสวนต่อที่โรงพัก มีญาติของหญิงอายุ 18 ปี ที่ถูกผู้ต้องหาใช้มีดจี้บังคับข่มขืนจากจังหวัดสมุทรปราการ ตามมาดูตัว บางคนถึงกับข่มความโกรธแค้นไม่ไหว ตรงเข้าทำร้ายผู้ต้องหาทันที

หลังจากนี้ ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ และ สภ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จะอายัดตัวผู้ต้องหารายนี้ไปดำเนินคดีอย่างน้อยอีก 4 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการข่มขืนอนาจาร 2 คดี และคดีชิงทรัพย์อีก 2 คดี เพื่อให้ได้รับโทษ ชดใช้ความผิดที่ก่อไว้