สนามข่าว 7 สี

สาวโพสต์แฉ! ชายขโมยแท็บเล็ตลูกสาว 2 ขวบ หลังวางลืมไว้ที่ร้านล้างรถ

หญิงคนหนึ่งนำรถไปล้างภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยเธอพาลูกสาวไปนั่งรอภายในร้าน เมื่อรถล้างเสร็จก็ลุกออกมา แต่ลูกสาวของเธอลืมแท็บเล็ตไว้ ต่อมามีลูกค้าอีกคนที่มาใช้บริการ ฉวยโอกาสหยิบแท็บเล็ตไปแบบหน้าตาเฉย

เร่งล่าคนร้ายขโมยแท็บเล็ตในร้านล้างรถ จ.ชลบุรี
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อความว่า ขอความช่วยเหลือ ใครรู้จักผู้ชายใส่เสื้อดำในคลิปนี้ ช่วยบอกให้เขานำแท็บเล็ตมาคืนลูกสาวด้วย คนอะไรอยากได้ของคนอื่น ถ้าไม่อยากให้แจ้งความช่วยติดต่อกลับมาด้วย ถ้าไม่มีการติดต่อกลับจะไปแจ้งความ

ทีมสนามข่าว 7 สี ลงพื้นที่ไปพบกับ นางสาวมณฑา ชุมธรรม อายุ 30 ปี ผู้ที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าว หลังจากที่เธอได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นาจอมเทียน โดยเธอเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอได้นำรถยนต์ไปล้างที่ปั๊มน้ำมันแห่งหน่ง ริมถนนสุขุมวิท ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และลูกสาวอายุ 2 ขวบ ได้วางแท็บเล็ตไว้บนโต๊ะภายในที่พักขณะรอล้างรถ มีชายอายุประมาณ 30 ปี หยิบแท็บเล็ตของลูกสาวไป โดยไม่ถามว่าเป็นของใคร และเดินไปขึ้นรถขับออกไปอย่างหน้าตาเฉย โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากนำมาคืนเธอก็จะไม่ติดใจเอาความ แต่หากไม่นำมาคืนก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมาย ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้ข้อมูลของชายคนดังกล่าวแล้ว

วงจรปิดเผยภาพคนร้ายจี้ชิงทรัพย์แม่ค้าส้มตำ จ.นนทบุรี
ที่จังหวัดนนทบุรี ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายกระชากกระเป๋า ภายในซอยพระแม่การุณย์ 26 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด ที่เกิดเหตุเป็นซอยมืด ผู้เสียหายคือ นางสาวกาญจนา ปานมิ่ง อายุ 53 ปี อาชีพแม่ค้าขายส้มตำ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน ผู้ก่อเหตุเป็นชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ตามผู้เสียหายมา

นางสาวกาญจนา เล่าว่า คนร้ายทำทีเข้ามาถามทางว่าสนามไดร์ฟกอล์ฟอยู่ทางไหน เธอชี้บอกให้ไปข้างหน้า คนร้ายจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปก่อนจะวนกลับมา แล้วมาถามอีกรอบว่าอยู่ตรงไหน เธอเลยบอกว่าอยู่ข้างหน้าอีกครั้ง คนร้ายจึงปรี่เข้ามาแล้วชักมีดจี้พร้อมพูดว่า "ไอ้สัส กูจี้มึงแล้ว มีเท่าไหร่เอามา" ขณะนั้นทำอะไรไม่ถูก จึงควักเงินให้คนร้ายจำนวน 3,000 กว่าบาท หลังได้เงินก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เธอจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะนั้นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาพอดี เห็นสุนัขวิ่งไล่ตามคนร้ายไป ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นคนร้าย ต่อมาได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกจี้ชิงทรัพย์ จึงเข้าไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอทราบเรื่องจึงรีบขี่ตามหาคนร้ายเเต่ไม่ทัน

คุมตัวคนร้ายวิ่งราวแหวนทอง ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จ.นนทบุรี 
ยังอยู่ในพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตำรวจนำตัว นายจิรัณ ศิลปแสงชัย อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวแหวนทองหนัก 1 สลึง จำนวน 1 วง ภายในห้างทองแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าย่านปากเกร็ด เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณร้านทองดังกล่าว ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี

พันตำรวจเอก พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า คนร้ายเคยเป็นพนักงานส่งสินค้าให้ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ และเป็นหนี้ค่าไฟ 1,000 กว่าบาท กำลังจะโดนตัดไฟ ลงมือก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อขโมยเสร็จได้หลบหนีไป เปลี่ยนเสื้อผ้าที่สวมใส่ และนำไปจำนำที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ได้เงินมาจำนวน 6,300 บาท และนำเงินไปให้เเม่บอกเเม่ว่าพ่อให้มา ซึ่งแม่มารู้ภายหลังว่าไปขโมยจากร้านทอง

นายจิรัณ ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 20 ของทุกเดือน ต้องหาเงินจ่ายค่าไฟ เพราะเคยโดนตัดไฟมาแล้ว สงสารแม่กับลูกจึงลงมือก่อเหตุ เพราะหมดหนทางแล้ว ที่ทำไปเพราะความจำเป็น ตนมีอาชีพขายหมูปิ้งอยู่ที่ตลาดกรมชล แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ขายอะไรก็ไม่ได้กำไร จึงทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งจวนตัวจริง ๆ เพราะเป็นห่วงปากท้องของคนในครอบครัว

ด้านเพื่อนของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนรู้จักผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดี รู้สึกเสียดายที่เพื่อนคิดสั้นไปหน่อย ปกติเขาก็ไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง แต่รับรู้ว่าเขาไม่ค่อยมีเงิน เพราะมักจะมาขอยืมเงินเป็นประจำ และไม่คาดคิดว่าเขาจะก่อเหตุ อาจจะเป็นเพราะความเครียดและหมดหนทางจริง ๆ อีกทั้งเขามีลูกอายุ 9 ขวบ และแม่ที่อายุมากแล้วต้องดูแล หลังเกิดเหตุตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทางบ้านของคนร้าย พบว่ามีฐานะค่ยากจนจริง เบื้องต้นได้ช่วยเหลือเรื่องค่าไฟเเละค่าใช้จ่ายเล็กน้อยภายในบ้าน เพื่อประทังชีวิตคนในครอบครัว