ข่าวดึก 7HD

จับ 3 เครือข่ายใหญ่ขนลำเลียงยาเสพติด

พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทมนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีทั้งเครือข่ายรายย่อย และขบวนการรับจ้างขนลำเลียง 

โดยรายแรก เป็นการจับกุมผู้ต้องหาชาวม้ง 4 คน ซึ่งรับจ้างนายทุนค้ายาเสพติดทางภาคเหนือ ขนยาบ้าจำนวน 4,200,000 เม็ด ไปส่งให้ลูกค้าในภาคกลาง โดยผู้ต้องหาไปถูกจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันในจังหวัดนครสวรรค์ และที่กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน

รายที่ 2 เป็นการจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมไอซ์ จำนวน 455 กิโลกรัม ซึ่งผู้ต้องหาไปรับมาจากชายแดนจังหวัดนครพนม เพื่อขนไปส่งให้กับลูกค้าที่จังหวัดปัตตานี โดยตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ที่จังหวัดขอนแก่น โดยขณะเข้าจับกุม คนร้ายได้ขับรถหลบหนี, ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ และขับรถพุ่งชนรถตำรวจที่สกัดจับพังเสียหาย 3 คัน   

รายที่ 3 จับกุมผู้ต้องหา 6 คน ซึ่งเป็นเครือญาติกันทั้งหมด พร้อมยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด โดยจับกุมตัวได้ที่ปั๊มน้ำมันในจังหวัดสิงห์บุรี และที่โรงแรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะลำเลียงยาเสพติดจากทางภาคเหนือ ไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดชัยนาท นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมผู้ต้องหาอีก 11 คดี ได้ยาบ้ารวมกว่า 7,900,000 เม็ด, ไอซ์ 840 กิโลกรัม, กัญชา 700 กิโลกรัม ยึดทรัพย์ผู้ต้องหาได้ 19 รายการ มูลค่ากว่า 44 ล้านบาท 

สำหรับที่มาของการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในคดีก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจได้ข้อมูลว่า นายทุนขบวนการค้ายาเสพติด ได้เปลี่ยนกลุ่มผู้รับจ้างขนลำเลียงยาเสพติด โดยใช้หน้าใหม่มารับงาน เนื่องจากขบวนการรับจ้างขนลำเลียงหน้าเก่า ถูกตำรวจขึ้นบัญชีดำไว้หมดแล้ว 

จากนั้นในช่วงบ่าย ได้นำกำลังบุกเข้าอายัดทรัพย์สินภายในร้านจำหน่ายบิ๊กไบก์แห่งหนึ่งในตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี  โดยยึดบิ๊กไบก์จำนวน 39 คัน และรถยนต์หรู 2 คัน มูลค่า 40- 50 ล้านบาท ไว้ตรวจสอบ

โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าหลังขยายผลจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ขณะลักลอบขนกัญชา 700 กิโลกรัม และไอซ์อีก 400 กิโลกรัม ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมน้องชายของเจ้าของร้านบิ๊กไบก์ดังกล่าวได้ มีการซัดทอดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการฟอกเงินกับธุรกิจของพี่ชายด้วย จึงขยายผลมาตรวจยึดของกลางไว้ตรวจสอบ และขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบเครือข่ายของขบวนการนี้ทั้งหมดแล้ว  โดยยืนยันว่าเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะอายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมด

ด้านเจ้าของร้านบิ๊กไบก์ ได้ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับรถบิ๊กไบก์มามากกว่า 16 ปีแล้ว และตนเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงคนเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด และจะเร่งรวบรวมเอกสารหลักฐานทางการเงินทั้งหมด ไปยื่นชี้แจงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่

ส่วนน้องชายทำงานเป็นพนักงานในร้านจริง แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยเจอกัน และไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเงินกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง