7HD ร้อนออนไลน์

ทั่วโลกป่วยติดเชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด-19 พุ่งไม่หยุด ล่าสุดป่วย 57.2 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 1.3 ล้านคน

วันนี้ (20 พ.ย.63) เว็บไชต์ worldometers รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่แรพระบาดไปทั่วโลก ล่าสุดพบมีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 57,220,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 647,000 คน เสียชีวิตกว่า 1,364,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน และรักษาหายแล้วกว่า 39,710,000 คน

สหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 192,186 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถือเป็นตัวเลขสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 12,070,000 คน เสียชีวิตราว 258,000 คน ส่วนอินเดียมียอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นกว่า 9,004,000 คน เสียชีวิตแล้วราว 132,000 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเกวิน นิวซั่ม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศเคอร์ฟิวเป็นเวลา 1 เดือน ห้ามประชาชนออกจากบ้านในช่วงเวลา 22.00 น. – 05.00 น. คำสั่งนี้จะมีผลตั้งแต่คืนที่ 21 พ.ย. 2563 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ เป็นต้นไป นับเป็นมาตรการเข้มข้นที่สุดในมาตรการ 4 ระดับของรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย มียอดผู้ป่วยสะสมกว่า 1,080,000 คน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากรองรัฐเท็กซัส และเสียชีวิตแล้วราว 18,000 คน

นายฮันส์ คลูเก้ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประจำภาคพื้นยุโรป เตือนว่ายุโรปจะเผชิญกับช่วงเวลายากลำบากสาหัสในช่วง 6 เดือนข้างหน้า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดที่ยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่แล้ว ทวีปยุโรปทั้งทวีปมีผู้เสียชีวิตรวมกันกว่า 29,000 คน แต่มีข่าวดีคือจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ของหลายประเทศ ล่าสุด ทวีปยุโรปมียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 15,700,000 คน และผู้เสียชีวิตแล้วราว 354,000 คน โดยมีแค่ทวีปอเมริกาเท่านั้นที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงกว่าที่ยุโรป

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกได้ปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ครั้งล่าสุด โดยไม่แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาเรมเดซิเวียร์ในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากผลการวิจัยล่าสุดจากผู้ป่วยราว 7,000 คน ในโรงพยาบาลที่ได้รับยาเรมเดซิเวียร์ พบว่ายาดังกล่าวมีผลในการรักษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกจะยังเดินหน้าศึกษาเกี่ยวกับยาเรมเดซิเวียร์ต่อไป ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแนวทางในอนาคต

ขณะที่สำนักข่าวการ์เดี้ยนรายงานว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน กล่าวในงานประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรียกร้องให้มีความร่วมกันในระดับนานาชาติมากกว่านี้ เพื่อที่จะทำให้วัคซีนโควิด-19 สามารถใช้งานได้จริง โดยขณะนี้รัฐวิสาหกิจซีโน่ฟาร์มของจีน ดำเนินการแจกวัคซีนให้กับประชาชนแล้วกว่า 1,000,000 คน โดยประธานาธิบดีจีน กล่าวว่าการที่จะเอาชนะไวรัสและส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูทั่วโลกได้นั้น ชุมชนนานาชาติจำเป็นต้องมีความใกล้ชิดกัน และตอบสนองต่อภาวะวิกฤตินี้ร่วมกัน ถึงจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้ ซึ่งความร่วมมือที่ว่านั้นก็รวมไปถึงการประสานงานนโยบายร่วมกันในการพัฒนาและการแจกจ่ายวัคซีน

ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจซีโน่แว็คและซีโน่ฟาร์มของจีน กำลังอยู่ในขั้นตอนโค้งสุดท้ายของการทดสอบวัคซีน เช่นเดียวกับบริษัทยาอีกนับสิบแห่งทั่วโลกที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายเช่นกัน ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดการแข่งขันทั้งการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ รวมทั้งบริษัทต่างๆ ในแง่ที่ว่าวัคซีนของใครจะได้เป็นรายแรก ที่จะเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤติโรคระบาดนี้