7HD ร้อนออนไลน์

9โจ๋ซึ่งจยย.ปาดหน้า ปืนปากกาจ่อยิงหัว รุมฟันซ้ำเด็กวัย 15 ปี

เวลา 01.30 น.วันนี้ (21 พ.ย. 63) ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนและถูกฟันด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ที่บริเวณโค้งกันเอง หลังบริษัท อีซูซุ ซอยเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย 13 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ห่างจาก สภ.สำโรงใต้ ประมาณ 1 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างของนายวัน (นามสมมุติ ) อายุ 15 ปีนอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้นถนน มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านหน้า และมีบาดแผลถูกฟันด้วยอาวุธมีดที่บริเวณแขนท่อนล่างข้างขวาอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยบริเวณที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ สีฟ้าดำ ทะเบียน 4 กล 4290 กรุงเทพมหานคร ล้มอยู่กลางถนน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นประมาณ 9 คน ขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายกันมาคันละ 3 คนจำนวน 3 คัน หลังก่อเหตุได้พากับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไปทางปากซอยดังกล่าว

จากการสอบถาม น.ส.พร (นามสมมุติ ) อายุ 15 ปี แฟนของผู้บาดเจ็บ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้บาดเจ็บรวมทั้งเพื่อนรุ่นน้องชื่อ ด.ช.วัช (นามสมมุติ ) อายุ 14 ปี ได้ไปเล่นฟุตบอลที่สนามฟุตซอลแห่งหนึ่งในย่านบางโปง และกำลังขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน 3 เพื่อกลับบ้านพัก โดยตนเป็นคนขับ ส่วนผู้บาดเจ็บนั่งซ้อนมาระหว่างกลาง ส่วน ด.ช.วัช นั่งซ้อนท้าย ในขณะที่ตนขับมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง จู่ๆ ผู้ก่อเหตุที่มีด้วยกันประมาณ 9 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน 3 มากันคัน 3 คัน ซึ่งจำได้ว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดน่าเป็นนักเรียนช่างกลอายุประมาณ 14-15 ปี ได้ขี่ไล่ตามหลังตนมา ก่อนที่จะแซงขึ้นมาปาดหน้าจอดขวางหน้ารถตน จนทำให้รถตนเสียหลักล้ม

จากนั้นหนึ่งในกลุ่มจะตะโกนถามพวกตนว่าเรียนที่ไหน ตนและเพื่อนยังไม่ทันตอบอะไร โดยทั้งหมดได้กรูกันลงมาทำร้ายผู้บาดเจ็บใช้อาวุธปืนปากกายิ่งใส่ผู้บาดเจ็บก่อน 1 นัด และเข้ามาใช้อาวุธมีดรุมฟันและใช้เท้ากระทืบ ด้วยความตกใจ ด.ช.วัช ที่นั่งซ้อนท้ายมาได้วิ่งหนีตายไปก่อนแล้ว เหลือเพียงตนและผู้บาดเจ็บเท่านั้นที่หนีไม่ทัน หลังรุมทำร้ายผู้บาดเจ็บจนหนำใจแล้วผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้เดินถือมีดเข้ามาจะทำร้ายตนด้วย ตนจึงยกมือไหว้ร้องขอชีวิตและบอกว่าตนเป็นผู้หญิงนะอย่าทำอะไรหนูเลย ผู้ก่อเหตุทั้งหมดจึงได้เปลี่ยนใจไม่ทำร้าย ก่อนที่จะพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ช่วยโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง